

เชิญร่วมบูรณะ ‘หอประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ’
วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 ณ เสถียรธรรมสถาน กรุงเทพมหานคร เริ่มบูรณะ ‘หอประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ’ ที่ผ่านการใช้งานมากว่า 25 ปี

หอประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุนี้ มีพระบรมสารีริกธาตุซึ่งได้รับประทานจาก 4 ประเทศ คือ จาก ‘สมเด็จพระมหานายะกะ ประธานสงฆ์สยาม นิกายอรัญวาสี…ประเทศศรีลังกา’ เพื่อเป็นการสืบสานสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศศรีลังกา เนื่องในโอกาสครบรอบ 250 ปี ที่พระอุบาลีมหาเถระได้เป็นพระธรรมทูตไปยังประเทศศรีลังกา จาก ‘สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก…ประเทศไทย’ จาก ‘ท่านลามะเติงซัง จากเทือกเขาหิมาลัย…ประเทศทิเบต’ และจาก ‘หลวงพ่อไจทีเซา…ประเทศพม่า’
หอประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2544 เป็นมิติของการส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม และทำให้คนเข้าสู่ปัจจุบันขณะ เพราะตระหนักรู้ว่าความตายเป็นที่สุดรอบของชีวิต เราจึงต้องทำปัจจุบันขณะให้ดี ไม่ปล่อยตนให้ตายทั้งเป็น

หอประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เปิดให้เข้าสักการะได้ทุกวัน เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติให้ระลึกถึงความตายอยู่ทุกขณะ ดังพระวาจามีในครั้งสุดท้ายขององค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า“เธอจงยังชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ความตายเป็นของเที่ยง อันเราจะพึงตายเป็นแท้...”
กว่า 25 ปีผ่าน เช้าวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 สรรพสิ่งบอกเล่าอนิจจัง ความผุพัง ความเสื่อมถอย ค่อย ๆ ปรากฏกายการบูรณะให้ ‘หอประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ’ กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมจึงเริ่มขึ้น ทั้งนี้ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานชั่วคราว ณ ธรรมศาลา โดยเปิดให้เข้าสักการะได้ทุกวันเช่นเคย

หอประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เปิดให้เข้าสักการะได้ทุกวัน เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติให้ระลึกถึงความตายอยู่ทุกขณะ ดังพระวาจามีในครั้งสุดท้ายขององค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า“เธอจงยังชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ความตายเป็นของเที่ยง อันเราจะพึงตายเป็นแท้...”
กว่า 25 ปีผ่าน เช้าวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 สรรพสิ่งบอกเล่าอนิจจัง ความผุพัง ความเสื่อมถอย ค่อย ๆ ปรากฏกายการบูรณะให้ ‘หอประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ’ กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมจึงเริ่มขึ้น ทั้งนี้ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานชั่วคราว ณ ธรรมศาลา โดยเปิดให้เข้าสักการะได้ทุกวันเช่นเคย













