online-link
top-ny2017

จากบ้านสายสัมพันธ์สู่งานจิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์

jitta-pic_012

“เจ้าคือเลือดเนื้อของแม่         แม่เฝ้าถนอมรักษา
อนอยู่ในท้องแม่มา                 เป็นดังแก้วตาดวงใจ
จะเลี้ยงเจ้าให้เข้มแข็ง            ด้วยแรงสองมือให้ได้

อ่อนโยนด้วยกาย วาจา ใจ     เติบใหญ่ให้เป็นคนดี”

บทเพลง ‘สองมือแม่’ จากอัลบั้ม ‘ชมสวน๑’

 


ย้อนหลังไปในเช้าสดใสวันหนึ่งของเดือนพฤษภาคมปี ๒๕๔๗ วันนั้นเป็นวันล้ออายุท่านอาจารย์พุทธทาส   ณ ลานโรงเรียนพ่อแม่  ภายในเสถียรธรรมสถาน มีเสียงบทเพลงกล่อมลูกชื่อเพลง ‘สองมือแม่’ จากอัลบั้ม ‘ชมสวน๑’ ดังคลอเบา ๆ   ก่อนนำเข้าสู่กิจกรรมวงศาคณาญาติที่มีผู้ใหญ่ใจดีมาล้อมวงคุยกันว่า...เราจะทำให้เด็กที่จะเกิดมามี ‘ทุนของชีวิต คือจิตที่ไม่ขุ่นมัว’ ติดตัวมาตั้งแต่แรกปฏิสนธิจิตได้ อย่างไร? นั่นคือวันแรกของการเริ่มต้นโครงการ ‘จิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์’ อย่างเป็นทางการ

 

 

บทเพลง ‘สองมือแม่’ นี้ แต่งขึ้นโดยผู้หญิงสองคนที่ไม่เคยเป็นแม่  หลายปีก่อนเมื่อท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เดินทางไปดูงานของพระเซ็นที่ญี่ปุ่นพร้อมด้วยแม่ครูอุ้ยอ้าย อาสาสมัครจากโรงเรียนอนุบาลบ้านรัก  ขณะอยู่ในรถแท็กซี่  ท่านแม่ชีรู้สึกคิดถึงหลาน ๆ ที่บ้านสายสัมพันธ์  ที่เริ่มคลาน เริ่มเดิน และบางคนเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล  จึงขอให้แม่ครูอุ้ยอ้ายแต่งเพลงให้เด็ก ๆ บ้านสายสัมพันธุ์   ที่แม่เลี้ยงคนเดียวโดยไม่มีพ่อ  เพียงไม่กี่นาที  เพลงที่มีเนื้อร้องอันจับใจนี้  ก็แล้วเสร็จ   ผู้หญิงสองคนร้องเพลงนี้กันในรถ จนกระทั่งคนขับแท็กซี่เมืองญี่ปุ่นต้องแอบมองทางกระจกส่องหลังว่า  หญิงไทยสองคนนี้เป็นอะไรกัน   นอกจากเพลงนี้จะเตือนสติแม่บ้านสายสัมพันธ์จนทำให้เด็กหลายคนไม่ถูกทำแท้งแล้ว ยังเป็นเพลงที่แม่มากมายใช้ร้องกล่อมลูก  เพื่อย้ำกับตัวเองว่า ‘สองมือแม่...ทำให้ลูกเป็นคนดีได้’


จากแม่ที่พร่อง...สู่แม่ที่พร้อม 
เหตุที่บอกว่าวันนั้นเป็นวันที่โครงการจิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์เริ่มต้น ‘อย่างเป็นทางการ’ ก็เพราะความจริงแล้ว  เสถียรธรรมสถานทำงานกับแม่ที่ตั้งครรภ์มานานกว่าสิบปี  และจากการทำงานอย่าง ‘เฝ้าสังเกต’ คือการเรียนรู้จากการทำงาน เริ่มจากการสร้างโลกโดยผ่านเด็กในงานเริ่มแรกคือ ‘บ้านสายสัมพันธุ์’ บ้านที่ใช้ธรรมะเยียวยาผู้หญิงที่ตั้งท้องนอกสมรส  เป็นแม่ที่ไม่มีความพร้อมเลยที่จะมีลูก  การทำงานอย่างหนักและต่อเนื่อง ได้ช่วยให้ผู้หญิงนับพันคนเลือกที่จะไม่ทำแท้ง  แต่เลือกที่จะเป็นแม่ ที่เลี้ยงลูกคนเดียวอย่างภาคภูมิใจ แม่หลายคนเปลี่ยนสถานภาพจาก ผู้ถูกกระทำความรุนแรงมาเป็นผู้ให้ชีวิตแก่ลูกตนเอง และเป็นอาสาสมัครทำงานเกื้อกูลแก่ลูกคนอื่นด้วย   

การทำงานบ้านสายสัมพันธ์ทำให้เกิดความเข้าใจปัญหาของเด็กและผู้หญิงอย่างลึกซึ้งว่าความจริงแล้ว ปัญหาทั้งหลายมีต้นเหตุมาจากทิฏฐิของคนในสังคม  ที่ใช้ชีวิตแบบไม่ตระหนักรู้เท่าทันกับความเป็นจริง...แต่การทำงานปลายเหตุเช่นนี้ต้องใช้พลังมากเหลือเกิน ในการทำให้เด็กแต่ละคนรอดทั้งชีวิตและจิตใจ  จากการเฝ้าสังเกตเราจึงพบ ‘คานงัด’ ของการสร้างโลกโดยผ่านเด็ก ที่เป็นการลงทุนน้อยแต่ได้กำไรมหาศาล นั่นคือการทำงานที่ต้นเหตุ ตั้งแต่เด็กมาปฏิสนธิจิต ด้วยการสร้าง ‘จิตประภัสสร คือจิตที่สงบเยือกเย็น ปราศจากอารมณ์ที่ขุ่นมัว’ เป็นการสร้าง ‘ครอบครัวแห่งสติปัญญา’ส่งเสริมให้ครอบครัวมีรากฐานแห่งความรัก มีความเข้าใจ เรียนรู้   เปิดใจกว้าง ละวางอคติ

ลูกพร้อมแล้ว ... แม่พร้อมหรือยัง
เราจะใช้อะไรวัด ‘ความพร้อม’ ที่จะมีลูกและครอบครัวที่มั่นคง  หน้าที่การงาน  สถานะทางการเงิน หรือสติปัญญาของสมาชิกในครอบครัว จากการเฝ้าสังเกตจึงพบว่า  ปัจจุบันพ่อแม่กำลังมีเป้าหมายในชีวิตเปลี่ยนไป แม้กระทั่งความคาดหวังในการมีลูก เราไปคาดหวังกับคนอื่นว่าเขาจะทำให้ลูกเราดี ไม่ว่าจะเป็นหมอ ครู สังคม สื่อ โดยเราลืมไป ว่าหัวใจของการทำให้เด็กหนึ่งคนเกิดมา แล้วทำให้โลกใบนี้ผาสุกและงดงามได้นั้น จิตใจของคนที่ให้ชีวิตต้องพร้อม คือเป็นจิตใจที่เบิกบานกับการให้ชีวิต ไม่ใช่มีจิตใจที่อยู่กับความอยากหรือความกลัว อยากให้ลูกดีมาเกิด อยากให้ลูกเลี้ยงง่าย หรือกลัวลูกไม่แข็งแรง สมบูรณ์  กลัวแท้ง  ฯลฯ

การที่จะสร้างครอบครัวที่มั่นคงนั้น ต้องสร้างตั้งแต่เมื่อชีวิตอุบัติขึ้น  ทำอย่างไรเด็กดี ๆ จึงจะมาเกิด  จะมัวนั่งฝันหรืออ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์คงไม่ได้ แต่แม่ต้องมีความตั้งใจที่จะเตรียมตัวเตรียมจิตของตัวเอง ที่จะทำให้มีคุณธรรมจนลูกดีมาปฏิสนธิในครรภ์ ไม่ใช่แค่เพียงเตรียมโรงพยาบาลเพื่อลูกเท่านั้น แม่ต้องเตรียมบ้านหลังในคือจิตใจของลูก แม่ต้องมีความแข็งแรงทั้งทางกายและทางใจ เพราะยามที่ลูกอยู่ในครรภ์ ลูกจะเรียนรู้โลกผ่านการรับรู้โลกของแม่โดยตรง โดยเฉพาะลมหายใจของแม่ที่บอกถึงความรู้สึกสุขทุกข์นานา จิตประภัสสร ของลูกจึงเริ่มที่ตัวแม่ เพราะ ‘แม่รู้สึกอย่างไร ลูกรู้สึกอย่างนั้น’


เตรียมบ้านหลังในคือจิตประภัสสรให้ลูก
จิตประภัสสร คือภาวะของความแจ่มใส เยือกเย็น เพราะรู้ตื่นและเบิกบาน ซึ่งเป็นภาวะจิตดั้งเดิม ของมนุษย์ จิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์ หมายถึงจิตของลูกที่มีภาวะของความแจ่มใส เยือกเย็น เพราะแม่รักษาภาวะของความรู้ตื่นและ เบิกบานตั้งแต่ลูกมาอยู่ในครรภ์ ระวังทุกกระทบ ไม่ให้กระเทือนจิตเดิมที่ประภัสสรของลูก จิตประภัสสรจึงเป็นทุนของชีวิต ที่ผู้เป็นแม่สามารถที่จะมอบให้ แก่ลูกได้ตั้งแต่เขาเริ่มปฏิสนธิ ถือเป็นอริยทรัพย์ที่ ลูกสามารถนำติดตัวไปได้ตลอดชีวิต เพื่อใช้ชีวิตในโลกนี้อย่างไม่เป็นทุกข์ ทุนนี้ไม่ใช้เงิน ไม่ว่าแม่จะเป็นใคร ยากดีมีจนอย่างไร เพียงแม่มีใจ แม่ทุกคนทำได้ ด้วยการให้ชีวิตน้อย ๆ ได้รับลมหายใจแห่งการเกื้อกูล...เป็นลมหายใจแห่งสติ...เป็นลมหายใจเข้าที่สงบเย็น ...เป็นลมหายใจออกที่เป็นประโยชน์...เป็นลมหายใจแห่งความเมตตากรุณา...

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ

?>