top of page
  • รูปภาพนักเขียนsorrakit masakul

เหตุผลหลายคนที่เลือกมาปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน โดย ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ‘ศิลปะการดำเนินชีวิตด้วยอานาปานสติภาวนา’ พ.ศ.2563

เหตุผลหลายคนที่เลือกมาปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน  

โดย ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ‘ศิลปะการดำเนินชีวิตด้วยอานาปานสติภาวนา’  พ.ศ.2563  


“ครั้งแรกที่มาก็ได้เรื่องการปรับใจตัวเองค่ะ  คืออย่างที่บอกว่าตอนที่ตัดสินใจคือใจว้าวุ่นมาก เหมือนกับว่าไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน ยังสับสนในตัวเอง  แต่พอมาแล้วได้สติขึ้น  ได้หยุดคิดได้มองตัวเอง ได้หันกลับมามองว่าระยะเวลา 3 วันนี้  ได้อยู่กับตัวเองแบบจริงๆ แล้วได้คิดทบทวนได้มองใจตัวเองว่าสิ่งที่ตนเองต้องการคืออะไร แล้วก็ได้สติในเรื่องของการใช้ชีวิตค่ะ เพราะว่าจริงๆ แล้วเป็นคนใจร้อนมาก  พอมาที่นี่จึงได้สติว่าสิ่งที่มากระทบเรานั้นเราต้องย้อนกลับมาดูที่ตัวเองก่อนว่าเพราะอะไร แล้วค่อยไปมองว่าจะแก้อย่างไร ได้สติตรงนี้กลับไปเยอะมากๆ ค่ะ”  


“จริงๆ ชอบแทบจะทุกอย่างเลยของที่นี่  แต่ที่ชอบที่สุดก็คือการได้เจริญอานาปานสติทั้งนั่งนอนยืนเดินค่ะ  ตั้งแต่นั่งสมาธิ เดินจงกรม มันเหมือนกับว่าได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองจริงๆ อยู่กับลมหายใจจริงๆ อย่างที่คุณยาย (แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต) บอก  แล้วจิตมันไม่ฟุ้งกระจาย มันเหมือนได้หยุดพักแล้วอยู่กับปัจจุบันขณะจริงๆ  ชอบฟังธรรมะของคุณยายด้วยเพราะว่านำใช้ได้จริงๆ ทั้งในชีวิตประจำวันและชีวิตการทำงาน  เอาไปใช้ได้ง่ายๆ เลย   บางคนอาจจะบอกว่าธรรมะมันเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก แต่สำหรับตัวเอง คิดว่าธรรมอยู่ในชีวิตเราอยู่แล้ว”  


“พอได้เห็นบรรยากาศในเว็บไซต์หรือว่าใน Facebook อย่างนี้มันดูน่าสนใจ”

“ชอบ เพราะรู้สึกว่าเงียบสงบค่ะ แล้วก็ธรรมชาติเยอะ แล้วก็รู้สึกแบบว่าธรรมชาติสอนอะไรเราได้มาก”  

“สิ่งที่ได้ก็คือการได้ฝึกสติของตัวเอง  อย่างแรกเลยก็คือการมีสติอยู่กับลมหายใจที่ท่านแม่ชีสอนเอาไว้  ก็คือรู้ตัวทุกขณะไม่ว่าจะเป็นการเดิน การรับประทานหรือว่าแม้แต่การหายใจ”

“มีสติมากขึ้นค่ะ  แล้วก็รู้สึกถึงความใจเย็นที่ท่านสอน  แล้วก็สอนให้รู้จักให้อภัย”

“ก่อนหน้านี้ก็แบบมีเรื่องเครียดจากที่บ้านอยู่แล้ว  พ่อไม่สบายแต่พอมาอยู่ที่นี่ก็ได้เรียนรู้ว่าการดูแลผู้ป่วยเป็นยังไง  มีสติมากขึ้น อยู่กับปัจจุบันมากขึ้นค่ะ ยอมรับความจริงในโลกได้มากขึ้นค่ะ”


“ชอบในถ้ำเกลือค่ะรู้สึกสงบ แล้วก็ผ่อนคลายมากเลย” 

“ชอบการเดินจงกรมค่ะ  เพราะว่าเป็นการที่เราได้เพ่งสมาธิแล้วก็ รู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่ากำลังเดินกำลังก้าว กำลังหายใจ กำลังทำอะไรอยู่ รู้จักระมัดระวังในการเดินเพราะเราเดินด้วยเท้าเปล่า เราใช้สมาธิอย่างเต็มที่ค่ะ” 


“เพิ่งจะเข้าคลาสอานาปานสติที่ผ่านมา แล้วก็ได้มีโอกาสกลับไปอยู่โลกภายนอก 2 วัน (กลับมาเพื่อเตรียมบวช) แต่มันทำให้เราได้กลับมองตัวเองว่าโลกภายในของเรามันเปลี่ยนไป   ทั้งๆ ที่รอบนอกมันยังเหมือนเดิม แต่ทำไมรู้สึกมีความสุขมากขึ้น อยู่กับตัวเองมากขึ้น รู้สึกเบาค่ะ   คุณยายจะบอกว่ามีสุขมันก็หมดไปได้ ส่วนมีทุกข์มันก็จะสามารถผ่านไปได้ด้วยเช่นเดียวกัน  เพียงแค่เราต้องอยู่กับปัจจุบันขณะเท่านั้นเอง เพราะว่าเวลาของปัจจุบันน่าจะเป็นเวลาที่เรามีความสุขที่สุด  แต่เรามักจะเอาตัวเองไปติดอยู่กับกับอนาคตหรือติดอยู่กับอดีต  

 

“เอาจริงๆ ตอนแรกยังไม่รู้นะคะ  แต่พออยู่ไปอยู่มานี่  คือเรารู้เลยว่าอานาปานสตินี่สำคัญมากมันมีอยู่ในชีวิตประจำวัน  ซึ่งบางทีเรามองข้ามเหมือนรู้ค่ะ  คนอื่นพูดให้ฟังว่ารู้อานาปานสติ แต่ว่าทำจริงๆ ทำเป็นเพราะว่ามันอยู่ทุกขณะจิต ต้องดูจิตตัวเอง  ลมหายใจของตัวเอง  เวลาทำไม่ว่าจะทำอะไรทุกอย่างค่ะ  อันนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดที่จะนำไปต่อยอด”  


“(สาเหตุที่สมัครบวชหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมนี้) อยากเข้าใจตัวเอง แล้วก็อยากเข้าใจธรรมชาติของชีวิต  เพราะว่าตัวเองพยายามขวนขวายกับโลกภายนอกมาโดยตลอด  แต่ลืมไปว่าโลกภายในของเราก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาแล้วก็ดูแลด้วย  พอได้กลับมาดูแล้ว มันมีอะไรที่ยังไม่รู้อีกเยอะเลยค่ะ  ก็เป็นโอกาสอันดีที่ได้มาเป็นส่วนร่วมของเสถียรธรรมสถานในครั้งนี้ก็ถือว่าตัวเองโชคดีมากๆ ค่ะ”  


“โดยพื้นฐานเป็นคนที่เวลานั่งสมาธิหรือสวดมนต์ก็จะรู้สึกดีรู้สึกสงบค่ะ  พอเราได้ทำงานไประยะนึง มันก็จะมีอะไรที่มันวุ่นวายเข้ามาในหัวไปหมดทำให้เราก็เปลี่ยนไป ใจร้อนขึ้นบ้างแล้วก็หงุดหงิดง่าย  มันเป็นอะไรที่มันเคยเป็นรู้สึกว่ามันดีมันหายไป  แค่การปฏิบัติธรรมไม่น่าพอนะคะเพราะมองว่ามันจะช่วยในระยะนึง  แต่มันต้องใช้เวลาสำหรับการฝึกฝนด้วย  แล้วก็ขึ้นอยู่กับสถานที่และเหตุปัจจัยหลายๆ อย่าง  ถ้ามีสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้บวช มันเป็นสิ่งที่ดี แล้วถ้าเราเลือกที่จะทำดีดี ก็ลองมาดูค่ะ แล้วเราจะพบการเปลี่ยนแปลง” 




ดู 3 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

พุทธสาวิกา ‘จิตตะวิสุทธา’ พี่ติ่ง ปรารถนา มงคลกุล

buddhist name (ชื่อทางธรรม) ของคือ จิตตวิสุทธาพุทธสาวิกา แปลว่าผู้มีจิตหมดจดยิ่ง บวชมาประมาณเกือบ 10 เดือนเจ้าค่ะ ตั้งแต่ 1 พฤษภาคมปีที่แล้ว  มีเรื่องทุกข์ใจมาก ก็หอบผ้าหอบผ่อนมาหาคุณแม่เลย คุณแม่ก็รั

แม่โอ๋ แม่จิตอาสา โรงเรียนพ่อแม่และจิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์

ก่อนหน้านี้คือลูกสองคนแรกเข้ามาก่อน (เพราะลูกเรียนที่บ้านเรียนแห่งรักและศานติ) มาโรงเรียนพ่อแม่แล้วก็มาเห็นร่วมกิจกรรมจิตประภัสสร (ลูกคนที่สาม)  ตอนแรกก็เข้ามาดูห่างๆ ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอะไร  แต่พอเ

แม่เบียร์ แม่จิตอาสา จากบ้านเรียนแห่งรักและศานติ โรงเรียนพ่อแม่ บวชพุทธสาวิกา สู่ งานเยาวชน จิตอาสาภาวนารับใช้นานาชาติ

เข้ามาร่วมกิจกรรมได้อย่างไร “เข้ามาตอนที่ลูกเข้าอนุบาล 1 บ้านเรียนแห่งรักฯ ค่ะ   เด็กบ้านเรียนแห่งรักฯ ต้องมาร่วมกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ที่นี่  พอเข้ามาแล้วลูกก็เลยร้องขอมาอีก  จากแม่ที่ไม่เคยเข้าวัดก็เ

Comments


bottom of page