top of page
  • รูปภาพนักเขียนsorrakit masakul

ปฏิญญา ควรตระกูล (พี่ต๊อบ) บวชพุทธสาวิกาศีล 10 ครั้งแรก พ.ศ.2561

“เข้ามาปุ๊บ  อุ๊ย! แกงร้อนๆ น่าทานจังเลย ถือตักไปเสร็จ อุ๊ย! มันร้อน อุ๊ย! ทำยังไง  แล้วน้ำแกงก็จ๋องแจ๋งจองแจ๋ง  ชะโงกดูก็ไม่ได้  ขอให้ตักอะไรติดขึ้นมานิดนึงเถอะนะ  ขอให้ได้เนื้อขึ้นมาหน่อย  แล้วก็ตัก  อุ๊ย! มีแต่น้ำเอาเนื้อหน่อย”  


วิถีชีวิตของการเป็นนักบวช พี่ต๊อบทำอะไรบ้าง

ก่อนหน้านี้นึกว่า เอ๊ะ! วิถีชีวิตของนักบวชคือเราต้องนั่งอยู่ใน Lotus  Position (ท่าดอกบัว)  แล้วก็ทนอยู่กับความเจ็บเป็นเหน็บเป็นตะคริวไปทั้งวัน  ก็จะได้ enlighten (บรรลุธรรม) เห็นอะไร นิมิตอะไรประหลาดๆ อันนั้นคือความคิดของของเรา  แต่ที่ไหนได้ มาถึงที่นี่วันแรกฝนตกน้ำท่วม  ก็เอาผ้ามาไถน้ำนะคะ แล้วก็เอากระป๋องวิ่งไปรองน้ำตามที่ต่างๆ ตรงไหนจะหยดลงมาอีก แล้วก็กวาดน้ำ ถูพื้น รดน้ำต้นไม้ ดึงวัชพืชที่มอสค่ะ  ดึงไปสักแป๊บก็มีคนมาบอกว่าที่ดึงอยู่นั้นมันมอสไม่ใช่วัชพืช  วัชพืชหน้าตาเป็นอย่างนี้ แล้วดึงเบาๆ อย่าดึงแรง  ก็เลยบอกว่าสงสัยว่าจะไม่ค่อยเหมาะกับงานนี้  แล้วก็ได้หัดทำดอกไม้ใบเตย ขัดห้องน้ำค่ะ


ขัดห้องน้ำ

ห้อง 208 นะคะ  ใครอยากจะมาพักพักห้อง 208  ขัดห้องน้ำไว้สะอาด  ทำอะไรที่ไม่เคยทำค่ะ  แล้วคุณแม่(แม่ชีศันสนีย์) บอกว่าตอนที่ทำนี่มันบรรลุธรรมมั้ยล่ำ ทำไปโกรธไปด่าไปบ่นไปไหม...ไม่เลยเจ้าค่ะ   มีความรู้สึกว่าอยากจะขัดให้สะอาดเลยค่ะ  อยากจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดสะอาดที่สุด  ใช้น้ำมันสนขัดถูจนเงา(ทำความสะอาดห้องน้ำ) แล้วก็อยู่ในห้องน้ำก็อาบๆ แล้วก็เอาน้ำมันสนถูๆ ไป สักแป๊บเดี๋ยวนะ  นั่งลง นี่มันอาการเมานี่  พอนั่งเราก็จะเอาแขนวางทับไว้ข้างหลัง แล้วก็ตาปรือๆ แล้วก็เดินออกมา  เมา แพ้เน้ำมันสน ไม่ไหวแล้ว เมา เลิกทำแล้วนะ  วันนี้ไม่ไหวจริงๆ ค่ะ  


เคยทำมาก่อนมั้ย

กวาดบ้านยังไม่เคยเลยค่ะ  รดน้ำต้นไม้ก็ยังไม่เคย  ล้างชามเองที่บ้านยังไม่ล้างเลยค่ะ   ที่นี่ต้องล้างบาตรเองต้องกวาดเอง  ไม่มีใครใช้ด้วยใช่เจ้าค่ะ แล้วไม่กวาดไปตกนรกไปด้วยเจ้าค่ะ  


เมา...ตอนเมาน้ำมันสน  กับเมาตอนสมัยข้างนอก มันต่างกันไหม

ต่างกันเจ้าค่ะ เพราะอันนี้ เมื่อก่อนเมาแล้วทุกข์ แล้วไม่รู้ว่าทุกข์อยู่ไงคะ แต่นี่พอรู้สึกเมาปุ๊บ มีตกใจก่อนเลย อุ๊ย! นี่คืออาการเมานี่ อุ๊ย! แพ้ แพ้น้ำมันสน เออ! มันมึนๆ เวียนหัวค่ะ  เวียนหัวแล้วก็นั่ง นั่งอิงอยู่เหมือนท่าคนเมาเลยค่ะ เพราะว่ามันขึ้นมาเลย  ท่าแบบว่าคนเมามา  แต่ถ้าสมัยก่อนบวช ถ้าเมาอย่างนั้นชอบค่ะ  เฮฮา  มือก็จะขึ้น แล้วก็เฮฮา  


เหมือนเราได้เห็นเงาในกระจกอีกมิติหนึ่ง เพราะว่าผลแห่งการกระทำมันก็คือเงา 

นั่นแหละ ใช่เจ้าค่ะเราเห็นเงานั้นตามที่เรามีสติปัญญา  รู้ว่าเงาที่เกิดขึ้นโดยมีเหตุปัจจัยแบบที่เหตุเปลี่ยนผลก็เปลี่ยน   ทานอาหาร  มาแล้วอาหารมา อุ๊ย! หิวจังเลย ตื่นมาตอนเช้าหิวจังเลย โอ๊ย! ต้องให้พรอีกเหรอนี่ โอ๊ย! ต้องพิจารณาอาหาร โอ๊ย! ต้องรอคนอื่น   ถ้าเป็นที่บ้านไม่รอเลยไม่รอแล้ว  ฉันในบาตรต้องมีประสบการณ์นะคะ  ตักข้าวมาปุ๊บ  อุ๊ย! แกงร้อนๆ น่าทานจังเลย ถือตักไว้เสร็จ  อุ๊ย! มันร้อน  อุ๊ย! ทำยังไง  น้ำแกงก็จ๋องแจ๋งจองแจ๋ง ชะโงกดูก็ไม่ได้  แม่ชีบอกว่าชะโงกบาตรไม่ได้ มันน่าเกลียด  ก็จะนั่งตักอะไรติดขึ้นมานิดนึง เถอะน้อขอให้ได้เนื้อขึ้นมาหน่อยเถอะ  แล้วก็อุ๊ย! มีแต่น้ำ เอาเนื้อหน่อยนะ  กลับบ้านนี่จะไปกินข้าวสำรวมอีก จะทำต่อ การทานอาหารแล้วเคี้ยวช้าๆ ดีมากเลยค่ะ  ไม่ต้องเป็นกรดไหลย้อนเลย   แล้วสบายท้อง ไม่อึดอัด วันไหนถ้าไม่เคี้ยวปุ๊บจะง่วงเพราะกระเพาะทำงานหนัก  เลือดไปเลี้ยงกระเพาะมากแล้วนิวรณ์มันจะเข้า  เวลาปฏิบัติแล้วกินนิดเดียว น้ำหนักลดไป 4 กก. ค่ะ      


ชอบอะไรมากที่สุดตั้งแต่มาใส่ยูนิฟอร์มนี้

ที่ประทับใจไม่รู้ลืม  ชอบสังฆะค่ะ  ชอบคนที่บวชด้วยกัน  เดินลงมาแล้วพอสบตากันปุ๊บ สิ่งแรกที่เขาทำให้กันคือทุกวันคือยิ้ม  บางท่านที่มาบวช แรกๆ ไม่ค่อยแฮปปี้ ไม่ค่อยสบตาใคร  ปัจจุบันนี้ทุกคนสบตากันหมด  แล้วจากที่เดินมาแล้วก้มหน้าก้มตาเหมือนว่าเดินหาเศษตังค์ตลอดเวลา เพราะว่าจะมองอะไรก็ไม่รู้อยู่ตรงพื้น  เราก็จะคอยทักทาย จนตอนนี้เดินผ่านปุ๊บก็ยิ้มให้กันแล้ว  ทุกคนยิ้มสวยค่ะ  มันยิ้มจากใจ แล้วหน้าตาก็ดูสวย มีออร่า งามค่ะ เห็นมีออร่าตาใส แล้วก็ผิวพรรณดี  ทั้งๆ ที่ทำงานกันอยู่นี่แต่ว่ามันจะมีปิติ  

ชอบคนทำงานที่นี่ด้วยเจ้าค่ะ   ชอบแม่ชีที่ทำงานอยู่ที่นี่  เมื่อก่อนชอบคนทำขายกาแฟ ชอบแม่บ้านที่ทำความสะอาด ชอบคนทำงาน ชอบทีมงาน  รู้สึกว่าทุกคนทำไมมีความเป็นมิตรกับเราจังเลย  เอ๊ะ! ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้เป็นใครอยู่ในตรงนี้ อยู่ในชุดแม่ชีนี้ ทุกคนอบอุ่นค่ะ ไว้ใจ เจอแต่มิตรนะคะ มันก็ควรจะเป็นสิ่งที่เราต้องพบเจอนะ  เพราะสังฆะเนี่ยถ้าเวลาเราออกจากบ้านแล้ว  เราออกจากความสะดวกสบายแล้วเรามาเจอสังฆะโหดๆ มันจะเหงานะคะ


มีเสียใจอะไรบ้าง

ไม่มีนะเจ้าคะ  เชื่อว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว  อาจจะมีพลาดไปบ้างแต่รู้ตัวว่า อ้อ! พลาดเพราะอะไร  พอวันรุ่งขึ้นตื่นมาก็จะเอาใหม่ เอาใหม่  วันนี้ขอให้เป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวาน แข่งกับตัวเอง ขอให้เป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวาน  เป็นคนที่มีจิตใจที่เมตตากว่าเมื่อวาน เป็นคนที่รู้จักฟังคนอื่นมากกว่าเมื่อวาน  แล้วก็จะบอกตัวเอง ตั้งเจตนาไว้ทุกวันค่ะ  

ถ้าสุดท้ายที่จะให้สรุป อยากขอบคุณพระธรรมว่ายังไง

ถ้าจะให้สรุปนะคะ  ต้องสรุปว่าพระธรรมคือหน้าที่ค่ะ  ตอนนี้รู้หน้าที่ของตัวเองว่าคืออะไร  ก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตสะเปะสะปะ  ไม่รู้ว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ก็เลยไม่รู้ว่าหน้าที่ของการใช้ชีวิตนี่  ต้องมีความรับผิดชอบอะไรบ้าง ตอนนี้ต้องรู้แล้วเจ้าค่ะ

แล้วจะทำ (หน้าที) ไหม 

ทำเจ้าค่ะ

 




ดู 7 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

พุทธสาวิกา ‘จิตตะวิสุทธา’ พี่ติ่ง ปรารถนา มงคลกุล

buddhist name (ชื่อทางธรรม) ของคือ จิตตวิสุทธาพุทธสาวิกา แปลว่าผู้มีจิตหมดจดยิ่ง บวชมาประมาณเกือบ 10 เดือนเจ้าค่ะ ตั้งแต่ 1 พฤษภาคมปีที่แล้ว  มีเรื่องทุกข์ใจมาก ก็หอบผ้าหอบผ่อนมาหาคุณแม่เลย คุณแม่ก็รั

แม่โอ๋ แม่จิตอาสา โรงเรียนพ่อแม่และจิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์

ก่อนหน้านี้คือลูกสองคนแรกเข้ามาก่อน (เพราะลูกเรียนที่บ้านเรียนแห่งรักและศานติ) มาโรงเรียนพ่อแม่แล้วก็มาเห็นร่วมกิจกรรมจิตประภัสสร (ลูกคนที่สาม)  ตอนแรกก็เข้ามาดูห่างๆ ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอะไร  แต่พอเ

แม่เบียร์ แม่จิตอาสา จากบ้านเรียนแห่งรักและศานติ โรงเรียนพ่อแม่ บวชพุทธสาวิกา สู่ งานเยาวชน จิตอาสาภาวนารับใช้นานาชาติ

เข้ามาร่วมกิจกรรมได้อย่างไร “เข้ามาตอนที่ลูกเข้าอนุบาล 1 บ้านเรียนแห่งรักฯ ค่ะ   เด็กบ้านเรียนแห่งรักฯ ต้องมาร่วมกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ที่นี่  พอเข้ามาแล้วลูกก็เลยร้องขอมาอีก  จากแม่ที่ไม่เคยเข้าวัดก็เ

Comments


bottom of page