เก้าอี้สนทนา - ๑
เปิดลิ้นชักนักเดินทาง เสาวลักษณ์ ลีละบุตร พิกุลกับถมทอง
ถ้าไม่ใช่เรื่องสงสัยของพี่ ก็เป็นข้อข้องใจของน้อง ทำให้เรามีอันได้พูดคุยกันเนือง ๆ นานาสารพันจากพี่สาวคนนี้ ฟังทุกทีก็สนุกทุกคราว ครั้งนี้เรามีโอกาสได้นั่งสนทนากัน ในร้านอาหารที่แสนคุ้นเคย แต่เป็นครั้งแรกที่อาหารตรงหน้า มิได้รับการเหลียวแลหรือแตะต้อง ค่าที่รสชาติแห่งการสนทนานั้น สนุกสนาน ... จนลืมเวลา และที่สำคัญ ... ลืมว่า นี่คือการทำงาน ! ๔ ปีผ่าน ... กับการสัมภาษณ์ครั้งที่แล้ว เมื่อ ๔ ปีให้หลัง แม้คนคนนี้จะยังเป็นพี่สาวคนเก่า แต่ในบางเรื่องราว ... ก็บอกเราว่า วันนี้ ... พี่สาวคนดีมีบทบาทใหม่ เป็น ... นักเดินทางมือใหม่ แต่ใจเด็ด ส่วนนักเดินทางคนนี้ จะเก็บเกี่ยวอะไรระหว่างทางได้บ้างนั้น มาลองฟังเธอเล่า และมาร่วม ... เปิดลิ้นชักนักเดินทาง เสาวลักษณ์ ลีละบุตร
ความสุขของเสาวลักษณ์คืออะไรคะ ...........อืม...คิดยาก บอกไม่ถูก ความสุขของพี่จริง ๆ แล้วบางทีก็ดูเหมือน ง้ายง่าย แต่บางทีก็ดูเหมือน ย้ากยาก เวลาที่ไม่สบายใจ สงบสติอารมณ์ไม่ได้ จะรู้สึกว่า ความสุขมันอยู่ห่างตัวมาก ไม่ว่าจะทำอะไรที่ตัวเองเคยชอบ ๆ ๆ ๆ เช่น เดินทาง ย้ายที่อยู่ ไปเที่ยว อ่านหนังสือที่ชอบ ดูหนังที่ชอบ มันก็ไม่สามารถที่จะมีความสุขได้ซะที เวลาที่สติไม่ดี ความสุขก็ไม่เกิดสักที ไม่เกิดเลย ดูเหมือนหายาก แต่พอเวลาที่อารมณ์ดี สติดี ความสุขของพี่ก็จะเกิดขึ้นง่ายมาก เช่นว่าต้นไม้ที่บ้านมันออกดอกพี่ก็มีความสุขแล้ว หรือว่าบางทีพี่นั่งรถไป แล้วเห็นหมาที่นั่งอยู่ ข้างถนนมันมีหน้าตาตลก ๆ หูพับข้างหนึ่ง พี่ก็มีความสุขแล้ว นั่นก็ทำให้เราคิดได้ว่าจริง ๆ แล้วความสุขหรือความไม่สุขมันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเราจริง ๆ ขณะที่อารมณ์เราปกติดี ความสุขก็อยู่ ใกล้ตัว หาได้ง่าย แต่เวลาอารมณ์กระจุย ยิ่งคุยยิ่งห่าง ยิ่งหาไม่เจอ
งั้นเอาตอนสติกำลังมี ............ซึ่งมีน้อย (หัวเราะ) คือเมื่อก่อน นี้พี่จะเสพทั้งหนังและหนังสือเลยนะ จะอ่านจะดู เหวี่ยงแหกว่าตอนนี้มาก พี่ จะอ่านแหลกและก็ดูแหลกโดยไม่ได้เลือกประเภท แต่มาช่วงหลังพี่มีความ รู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวพี่มันลดน้อยลงไปหมดเลย หนังที่เคยดู ๆ ๆ หรือหนังสือที่เคยอ่านเยอะ ๆ ๆ มันลดจำนวนลงมาก เริ่มเหลือน้อย เช่นหนัง ก็ต้องเป็นหนังที่สนใจอยากจะดูจริง ๆ ถึงจะดู ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะดูหมดทุกประเภท หนังสือก็เหมือนกัน เมื่อก่อนเข้าไปในร้านหนังสือ จะซื้อมาเป็นปึ๊ง ๆ ยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ซื้อไว้ก่อน แต่ตอนนี้จะเริ่มแคบลง จะสกรีน สิ่งที่จะดู หรือจะอ่าน ทุกอย่างมันน้อย ลงหมดเลย
ไม่ใช่มันเข้ามาน้อยลง แต่พี่แอมเลือกเองที่จะให้มันเข้ามาน้อย ...........ใช่ พี่เลือกเอง เพราะบางทีพี่ก็พบว่าความสงบสุขที่แท้จริงของพี่คือ ตอนที่ไม่มีข้อมูลอะไรในหัวเลย เวลาที่พี่ได้สงบ เวลาที่พี่ได้อยู่กับตัวเอง มันเป็นเวลาที่มีค่าสำหรับพี่นะ สำหรับหลาย ๆ คนที่ชอบคิดแทนพี่ เขาจะชอบคิดว่าเวลาพี่อยู่คนเดียว พี่น่าจะเหงา แต่สำหรับพี่มันกลายเป็นตรงกันข้าม เวลาที่พี่ได้อยู่กับตัวเองเป็นเวลาที่มีค่าสำหรับพี่ เป็นเวลาที่พี่สงบสุข ไม่มีข่าวสารข้อมูลอะไรที่เข้ามารบกวน ความรู้สึกของเรา ............เอาแค่ตื่นเช้ามา แล้วเราอ่านหนังสือพิมพ์ ข่าวสารที่ไม่พึงประสงค์ก็เขาไปในหัวเราแล้ว เราก็เก็บ ๆ ๆ ข้อมูล หรือว่าเปิดโทรทัศน์ดู ทุกอย่าง ที่เป็นข้อมูลก็เข้ามาในหัวเรา เพราะฉะนั้นช่วงไหนที่พี่ได้พักจริง ๆ เช่นไปอยู่ที่ไหนแล้ว โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ พี่ก็อาจจะอ่านหนังสือ แต่เป็นหนังสือเฉพาะทาง หนังสือที่เราสนใจเฉพาะเล่ม เฉพาะเรื่อง เมื่อนั้น พี่ถึงจะรู้สึกว่าชีวิตมีความสงบสุข บางทีช่วงที่รู้น้อย ๆ กลับจะมีความสุข เอาสมองที่เหลือไปหาความรู้ชนิดที่เราต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ความรู้สะเปะสะปะอีกต่อ ไป หาความรู้ที่มันเป็นประโยชน์กับตัว เราจริง ๆ
ความรู้ที่อยากรู้และเป็นประโยชน์จริง ๆ คือ .............ความรู้เกี่ยวกับตัวเองนี่แหละ เพราะว่าทุกวันนี้ เราทุกคนรู้ว่าเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมได้แล้ว เราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนคนอื่นได้ คือเมื่อก่อนนี้พี่เป็นคนที่หาความสุขจากภายนอก จากปัจจัยภายนอกตลอดเวลา พี่ก็ค้นหาไม่เจอสักที .............พี่เป็นคนธรรมดา พี่เชื่อว่าหลายคนก็เคยเป็น คือตอนที่สร้างฐานะ เราก็คิดว่าถ้าอีกหน่อยเรามีบ้าน เราก็คงจะมีความสุขมากเลย อีกหน่อยถ้าเรามีรถของตัวเอง เราก็คงจะมีความสุข ถ้าเรามีแฟน มีสามี เราก็คงจะมีความสุข หรือถ้าเพื่อนรักได้มาอยู่กับเรา ได้พบเจอกันบ่อย ๆ เราคงจะมีความสุขมาก ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคนอื่นหมด ซึ่งในที่สุดแล้วพี่ค้นพบว่า เมื่อวันที่พี่มีครบทุกอย่างแล้วเนี่ย ทำไมพี่ยังต้องมานั่งคิดหาสาเหตุว่า ทำไมพี่ไม่มีความสุข ก็เลยเพิ่งมานึกได้ว่าเราขาดความรู้เกี่ยวกับใจของเราเอง ตัวของเราเอง เราไปหาความสุขผิด เราไปหาความสุข ผิดซอย ผิดถนน ผิดที่ เรามองผิดมุม เมื่อก่อน ความสุขของเราไปขึ้นอยู่กับ สิ่งอื่น ๆ หมดเลย การศึกษาของพี่ช่วงหลังก็เลยเป็นการศึกษาหา how คือ ทำยังไงพี่ถึงจะมีความสุขได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งอื่นอีกต่อไป ชนิดที่ถ้าสิ่งนั้นมีอยู่หรือสูญเสียไป ก็ยังคงจะไม่เกี่ยวกับความเป็นตัวพี่ หลัง ๆ ก็เลย ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องตัวเองอย่างเดียว .............และพี่ก็เพิ่งค้นพบว่าความสุขสงบที่แท้จริงแล้วมันต้องเกิดขึ้นในตัวพี่เอง พี่ต้องเป็นคนที่ทำให้มันเกิดขึ้นเอง ไม่สามารถพึ่งพิงปัจจัยภายนอกได้เลย เพราะทุกอย่างจะแปรเปลี่ยนไปตลอดเวลา ไม่คงที่ แม้กระทั่งใจพี่ เองก็มีความแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา ชั่วโมงนี้อารมณ์ดี ชั่วโมงหน้ามีเรื่องเข้ามาก็เม้ง อารมณ์ดี อารมณ์ไม่ดีสลับกันไป เพราะฉะนั้นถ้าพี่จะควบคุมอะไร สักอย่างหนึ่ง ถ้าจะตามหาความสุข พี่ ว่าพี่ต้องทำเอง ต้องเปลี่ยนที่มอง ย้ายที่มอง จากที่หาข้างนอก ต้องวิ่งกลับเข้าไปข้างใน
เก้าอี้สนทนา - ๒