online-link
top-70years

หนึ่งวันที่ไม่ธรรมดาในสกลนคร

travel_007เมื่อนาฬิกาชีวิตเดินหน้าไม่ยอมหยุด

ชีวิตหนึ่งเกิดขึ้น และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่อีกชีวิตหนึ่งกลับ เติบโตลง

เวลาไม่เคยหยุดเดิน...มีการเติบโตอยู่เสมอในกาลเวลา

ในวันที่ไม่ธรรมดาวันหนึ่ง (16 ธันวาคม พ.ศ. 2553)

ฉันได้โอกาสติดตามท่านแม่ชีศันสนีย์ ซึ่งได้รับเขิญร่วมเสวนาในหัวข้อ "เป้าหมายการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน" ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ก่อนขึ้นเวทีเสวนา เด็กจิตประภัสสรอายุ 2 เดือนพร้อมคุณพ่อคุณแม่ได้มารายงานตัวกับคุณยายจ๋า (ท่านแม่ชีศันสนีย์) ว่า น้องเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี เราได้เห็นครอบครัวที่ต้อนรับชีวิตใหม่ด้วยความอบอุ่นเ ทำเอาหัวใจฉันพองโตไปด้วย

เมื่อจบการเสวนา ท่านแม่ชีได้เดินทางมาพักค้างเพื่อเรียนรู้กับชุมชนของหลวงตาปพนพัชร์ วัดคำประมง และเยี่ยมเยียน นิสิตสาวิกาสิกขาลัยรุ่นแรก ทวีวัฒนา ทุนคุ้มทอง (ยุ้ย) ที่ป่วยด้วยโรคตับอักเสบจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในที่สุดเธอเลือกเยียวยาตัวเองด้วยการมาร่วมเรียนรู้กับชุมชนที่อบอวลด้วยความเมตตาแห่งนี้ อาการเธอดีขึ้นเรื่อยๆจนสามารถนำพลังงานมาแบ่งปัน เธอใช้ความรู้เรื่องการเยียวยาที่เรียนจากสาวิกาสิกขาลัยและจากท่านแม่ชี ช่วยเหลือผู้ป่วยอื่นๆ ในชุมชนแห่งนี้รวมทั้งตัวเธอด้วย บัดนี้เธอใช้ชีวิตอยู่ที่วัดคำประมงแห่งนี้ได้ 8 เดือนแล้ว

travel_008เรานัดหมายกันว่า เวลาสองทุ่มหลังจากที่ญาติผู้ป่วยและผู้ป่วยกำลังสวดมนต์กัน คณะเราจะออกเยี่ยมผู้ป่วยหนักก่อนที่จะไปสมทบสนทนาธรรมกับพวกเขาที่ศาลาอโรคยา ยุ้ยผู้ทำหน้าที่เสมือนป็นเจ้าของบ้าน แนะนำว่าท่านแม่ชีควรให้กำลังใจ คุณลุงอายุห้าสิบกว่าซึ่งป่วยหนักมากด้วยโรงมะเร็งตับ เมื่อคืนคนในชุมชนล้อมวงสวดบทอิติปิโส 108 จบให้ คุณลุงอาการดีขึ้น เราจึงเดินมาหยุดที่บ้านดินของคุณลุง ยุ้ยโผล่หน้าไปดูว่า คุณลุงหลับหรือเปล่า เหมาะสมที่จะเข้าเยี่ยมไหม ยุ้ยกลับออกมาบอกว่า คุณลุงหลับ เราจึงเดินไปเยี่ยมผู้ป่วยท่านอื่นๆในชุมชน แต่ไม่นานเราได้ยินเสียงรถกอล์ฟหลวงตา วิ่งมาอย่างเร็ว แล้วหยุดหน้าบ้านดิน เราจึงตามไปดู ปรากฏว่า ท่านมาดูศพ คุณลุงที่เพิ่งสิ้นลม คุณป้าที่เป็นภรรยายืนท้ายเตียง อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ความตายที่นี่คงเป็นเรื่องธรรมดามาก หลวงตาไม่ได้สะทกสะท้านใดๆ กลับบอกว่าเขาไปอย่างสงบจริงๆ ท่านสั่งให้คนมาฉีดยาศพ และให้กำลังใจกับคุณป้าภรรยาว่า "เราได้เตรียมใจกันมานานเพื่อยอมรับการจากไปในวันนี้มิใช่หรือ"

คุณป้ารับคำว่า "ใช่" แล้วปาดน้ำตา

"เขาไม่ห่วงอะไรมิใช่หรือ"หลวงตาถามต่อ

คุณป้า "เขาไม่ได้ห่วงอะไร เพราะเขาเตรียมตัวมานานแล้ว"

เราคำนวณเวลาแล้ว คุณลุงที่นอนอยู่บนเตียงที่ใบหน้ายังมีรอยยิ้ม คงคืนลมหายใจไปพร้อมกับเสียงสวดมนต์ของเพื่อนๆซึ่งดังทั่วบริเวณ สิ่งที่คุณป้าภรรยาคาใจคือ ทำไมคุณลุงไม่รอให้คุณป้าอยู่ตอนสิ้นลม

ท่านแม่ชีกล่าวขึ้น " จะมีคนสักกี่คนที่ทิ้งลมหายใจไปพร้อมกับเสียงมนต์ คนไข้เลือกไปในเวลาที่ไม่ให้ใครห่วง ไปไม่ให้คนรักห่วง เป็นความงดงามมากของความรัก คลื่นแห่งการสวดมนต์ส่งคนป่วยไปได้อย่างสงบ อยู่ก็ไม่เศร้าหมอง ไปแล้วยังร่าเริง" คุณป้าทำท่าเห็นด้วย

หลวงตาเล่าให้ฟังว่า "อุกฤษณ์ (คุณลุงที่เพิ่งเสียชีวิต) มาในสภาพที่เราเห็นแล้วว่า คือระยะสุดท้ายจริงๆที่รักษายากที่สุด สามีเป็นผู้ป่วย ภรรยาเฝ้าผู้ป่วย ในเมื่อเรารักษาทางกายให้เขาทรมานน้อยที่สุดแล้ว อย่างไรเสียเขาก็ต้องไป จึงรักษาจิตเขาทั้งภรรยาและสามี ทุกครั้งที่ไปก็ให้กำลังใจ และปรับยาให้เท่าที่ทำได้ ทุกครั้งที่ไปจะบอกเขาว่า ให้พุธโธนะ ไม่ต้องกังวลใจ เมื่อคืนก็พูดกับเขาตรงๆ ว่า หากเขาจะไปก็ไม่ต้องกังวล เป็นการบอกความจริงที่ม๊ศิลปะให้ญาติผู้ป่วยรับรู้เป็นระยะ ทำให้เขาได้เตรียมใจได้ระดับหนึ่ง ทั้งผู้ป่วยก็ได้ทำสมาธิ ไปอีกมิติหนึ่งอย่างไม่ทุกข์ เขาไปดีมาก เขาไปอย่างสงบ มีรอยยิ้ม และไม่ทุกข์เลย มะเร็งตับที่จริงต้องทรมานมาก แต่เขาตายอย่างสงบ เป็นสิ่งที่งดงามสำหรับผู้ป่วยที่นี่ ที่ไปอย่างงดงามและมีความสุข"

ท่านแม่ชีแสดงความรู้สึกต่อคนในชุมชน "ภรรยาผู้ตาย พยายามทำใจให้เข็มแข็ง บางครั้งก็ร้องไห้ สลับกันไป แต่ทุกครั้งเมื่อหลวงตาให้สติ น้ำตาก็แห้ง หลวงตาไม่เพียงดูแลเฉพาะผู้ป่วย แต่ท่านดูแลญาติผู้ป่วยด้วย ที่นี่ทั้งบุคคลากร ผู้ป่วย ผู้ดูแลผู้ป่วย มีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ และเกื้อกูลกัน"

ประสบการณ์เพียงไม่กี่ชั่วโมงในวันนี้ สะเทือนหัวใจฉันอย่างแรง "เวลาไม่เคยหยุดเดิน" เป็น ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความน่ารักของเด็กน้อยอายุสองเดือน ที่เสมือนดอกไม้ตูม ผู้เพิ่งเริ่มทำความรู้จักกับโลกใบนี้ ยังคงอยู่ในใจฉันจวบจน ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ซึ่งฉันได้พบดอกไม้อีกดอกหนึ่งซึ่งอยู่บนโลกมานานกำลังร่วงโรยลาจากโลกนี้ไป ถึงแม้ดอกไม้ทั้งสองจะอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่สงบและเป็นสุข แต่จิตใจฉันกลับหวั่นไหวกับความจริงที่อยู่ตรงหน้า

ทุกชีวิตต้องเดินไปตามเข็มนาฬิกาชีวิตอันเดียวกัน ไม่มีสิ่งใดต่อต้านอำนาจของเวลาอันทรงพลังที่ขับเคลื่อนทุกอย่างบนโลกให้หมุนไปได้ ไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดนิ่งกับที่ได้เลย ทุกอย่างต้องเติบโต ...เต็มที่ ...แล้วก็ร่วงโรย พยานของการเกิดและดับนี้กระชากใจฉันให้กลับมาอยู่กับความจริง ทบทวนเส้นทางที่เลือกเดิน ...

เราหยุดเวลาไม่ให้เดินไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่า จะขับเคลื่อนชีวิตไปในทิศทางใด

ขอบคุณสำหรับการเป็นพยานในเหตุเการณ์เหล่านี้ ซึ่งเตือนให้ฉันได้กลับมาดูใจตัวเอง

ทบทวนการใช้ชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพลิกตัวให้ทัน ก่อนที่เวลาบนโลกนี้ของฉันจะหมดลง

และขอบคุณที่ประสบการณ์นี้ที่เตือนให้ฉันไม่ลืมความจริงของโลก

จันเทน อินดอย

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ

?>