online-link
top-70years

บวชพุทธสาวิกาสี่แผ่นดิน

little-savika_05

โครงการบวชพุทธสาวิกาสี่แผ่นดิน ครั้งที่ ๗

เมืองปัจฉิมพรรษากาล

โดย ชยาภิรติสาวิกาโพธิ

ช่วงบ่ายเดินทางสู่ไวสาลี เมืองมหาเจดีย์อันงามสง่า ที่มีมหากษัตริย์ ๗๐๗ พระองค์ปกครอง และพระพุทธองค์เสด็จมาจำพรรษาเป็นพรรษาสุดท้าย เพื่อโปรดระงับภัยพิบัติ ๓ ประการ ได้แก่ ทุพภิกขภัย อมนุสสภัย และอหิวาตกภัย

หลังจากพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพาน ชาววัชชีนำโดยกษัตริย์ลิจฉวีได้สร้าง พระมหาสถูปเกสรียา มหาสถูปที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียขึ้น ภายในเป็นที่ประดิษฐานบาตรของพระพุทธองค์

ใกล้กับเมืองไวสาลี มีป่ามหาวันซึ่งมีวัดวัดหนึ่งชื่อว่า กูฏาคารศาลา เป็นวัดแห่งแรกในแคว้นวัชชีที่ให้กำเนิดภิกษุณีรูปแรก คือ พระนางมหาปชาบดีโคตมี และมีเสาอโศกที่มีหัวสิงห์ตั้งตระหง่านอยู่ โดยยังคงสมบูรณ์และสวยที่สุดมานานกว่า ๒,๖๐๐ ปี

แคว้นวัชชีปกครองด้วย อปริหานิยธรรม ๗ ประการ ซึ่งพระองค์ทรงกล่าวไว้ว่า "ถ้ากษัตริย์ลิจฉวีและประชาชนยึดมั่นในหลักธรรมนี้ก็จะไม่มีความเสื่อม จะมีแต่ความเจริญอย่างเดียว"

๑. หมั่นประชุมเนืองนิตย์

๒. ประชุมและเลิกประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง

๓. ไม่บัญญัติข้อที่ไม่บัญญัติไว้

๔. ไม่เพิกถอนข้อที่บัญญัติไว้

๕. เคารพนับถือผู้หลักผู้ใหญ่

๖. ไม่ข่มเหงรังแกกุลสตรีกุมารี

๗. เคารพบูชาปูชนียสถาน

๘. คุ้มครองสมณะพราหมณ์...ท่านที่ยังไม่มาพึงมา ที่มาแล้วขอให้อยู่สุขสบาย

ภายหลังกษัตริย์ลิจฉวีไม่ปฏิบัติตาม จึงแตกความสามัคคี ไม่มาประชุม ไม่เคารพกัน ในที่สุดก็ตกเป็นเมืองขึ้นของ

พระเจ้าอชาตศัตรูแห่งแคว้นมคธ

ไวสาลี...สอนให้มีสามัคคีธรรม

ธรรมย่อมนำมาซึ่งความสงบสุข

ที่ใดไม่มีธรรม ที่นั่นย่อมขาดสามัคคี

ธรรมสวัสดี

 

little-savika_04

โครงการบวชพุทธสาวิกาสี่แผ่นดิน ครั้งที่ ๗

การเกิดที่ไม่เกิดอีกแห่งทุกข์

โดย ชยาภิรติสาวิกาโพธิ

เช้าวันนี้คณะพุทธสาวิกามาศึกษาพุทธประวัติจากพุทธสถานก่อนที่ช่วงบ่ายจะออกเดินทางไปประเทศเนปาล

เริ่มต้นที่วัดเชตวันมหาวิหาร เดิมเป็นพระราชอุทยานของเจ้าชายเชตราชกุมาร โดยอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ซื้อเพื่อสร้างวัดถวาย เนื่องจากเป็นสถานที่สัปปายะต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระพุทธองค์จึงทรงจำพรรษาที่วัดนี้นานที่สุดในพุทธกาล คือถึง ๑๙ พรรษา ที่มูลคันธกุฏี ทำให้เกิดเรื่องราวและพระสูตรสำคัญๆ ในพระพุทธศาสนามากมาย

จากนั้นก็เดินทางไปบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ซึ่งเดิมชื่อว่า 'สุทัตตะ' แต่คนทั่วไปเรียกตามลักษณะนิสัยว่า 'อนาถบิณฑิกะ' หมายถึงผู้มีก้อนข้าวเพื่อคนอนาถา เพราะท่านเป็นผู้มีจิตเมตตาชอบทำบุญให้ทานแก่คนยากจน เป็นผู้มีศรัทธามั่นคงไม่หวั่นไหวในการทำบุญ ให้ทาน ไม่มีผู้ใดเปรียบได้ พระพุทธองค์ทรงยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในฝ่ายผู้เป็นทายก

ไม่ห่างไกลกันนักคือบ้านท่านองคุลิมาล เดิมชื่อ อหิงสกกุมาร แปลว่าผู้ไม่เบียดเบียนใคร แต่ด้วยความอยากได้วิชาสุดยอดจำใจต้องฆ่าคนให้ครบ ๑,๐๐๐ คน จนคนสุดท้ายที่ท่านพบ คือพระพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสว่า

"องคุลิมาล เราหยุดแล้ว แต่เธอนั้นแหละยังไม่หยุด...เราหยุดจากการฆ่าและการเบียดเบียนสัตว์แล้ว ส่วนท่านยังไม่ละเว้นการเบียดเบียนสัตว์"

เมื่อได้ฟังธรรมดังนั้นองคุลิมาลจึงขอบวช บวชได้ไม่นานท่านก็บรรลุเป็นพระอรหันต์

ต่อจากนั้นก็เดินทางไปบริเวณที่พระเทวทัตและนางจิณจมาณวิกาถูกธรณีสูบ เนื่องจากสร้างบาปจนแผ่นดินไม่อาจรองรับไว้ได้ เป็นที่สนอกสนใจของพุทธสาวิกาน้อยอย่างยิ่ง

จุดหมายสุดท้ายคือสถูปยมกปาฏิหาริย์ ยมกปาฏิหาริย์คือการแสดงคู่ น้ำคู่กับไฟ เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงท่อน้ำใหญ่พุ่งออกจากพระกายเบื้องบน และเปลวไฟพุ่งเป็นลำออกจากพระกายเบื้องล่าง โดยยมกปาฏิหาริย์แสดงได้แต่เพียงผู้ที่สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าได้เท่านั้น เพื่อปราบพวกเดียรถีย์

พุทธสถานที่มาเยือนนี้ย้อนรำลึกให้เห็นถึงเรื่องราวบุคคลสำคัญในพระพุทธศาสนาที่มีทั้งดำและขาว ราวกับใจคนที่มีทั้งดีและชั่ว

ตัวเราเท่านั้นที่ตัดสินใจก่อกรรมของเราให้การเกิดครั้งนี้เป็นการเกิด...ที่ไม่เกิดอีกแห่งทุกข์หรือไม่

ธรรมสวัสดี

 

little-savika_03

โครงการบวชพุทธสาวิกาสี่แผ่นดิน ครั้งที่ ๗

สาวัตถี

โดย ชยาภิรติสาวิกาโพธิ

ช่วงบ่าย คณะพุทธสาวิกาเดินทางถึงสาวัตถี เมืองหลวงของแคว้นโกศล ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าขายในสมัยพุทธกาล เหตุที่ได้ชื่อว่าสาวัตถี เพราะเคยเป็นที่อยู่ของท่านมหาฤาษีสาวัตถะ

สาวัตถีเป็นเมืองที่สงบและรุ่งเรืองมาก มีพระราชาที่ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง คือพระเจ้าปเสนทิโกศลปกครองร่วมสมัยกับพระเจ้าพิมพิสาร

ด้วยเหตุนี้พระพุทธองค์จึงทรงเลือกเมืองนี้เป็นสถานที่จำพรรษานานที่สุด คือ ๒๕ พรรษา ต่อมาพระเจ้าปเสนทิโกศลได้สดับพระธรรมเทศนาจนบรรลุเป็นพระโสดาบัน เป็นองค์อัครพุทธศาสนูปถัมภกที่สำคัญ และเป็นสหชาติของพระพุทธองค์

นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์สำคัญมากมาย อาทิ จอมโจรองคุลิมาล พระเถรีปฏาจารา นางจิญจมาณวิกาและพระเทวทัตถูกธรณีสูบ สาวกเดียรถีย์ นางยักษิณีถวายสลากภัตรซึ่งเป็นที่มาของการทำบุญถวายสลากภัตรจนถึงทุกวันนี้

สาวัตถีจึงเป็นเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงสัจธรรมและโลกธรรม ๘ จากเมืองที่เจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนา มาวันนี้เหลือเพียงสถานที่ให้รำลึกถึงศรัทธาอันแรงกล้าที่มีต่อพระพุทธองค์

ถึงเวลาหรือยัง...ที่พุทธศาสนิกชนจะน้อมนำคำสอนของพระพุทธองค์มาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จนถึงที่สุดแห่งทาง คือการพ้นทุกข์ย่อมประเสริฐสุดเหนือกว่าสิ่งใด ไม่ว่าจะสร้างวัตถุยิ่งใหญ่ขนาดไหนย่อมมีวันเสื่อมสลายไปตามกาล แตกต่างจากพระธรรมที่มั่นคงยั่งยืนนานเหนือกาลเวลา

ธรรมสวัสดี

 

Page 4 of 21

<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ

?>