online-link
top-ny2017

บวชพุทธสาวิกาสี่แผ่นดิน

little-savika_08

โครงการบวชพุทธสาวิกาสี่แผ่นดิน ครั้งที่ ๗

พาลในใจคน

โดย ชยาภิรติสาวิกาโพธิ

เขาคิชฌกูฎ แปลว่าภูเขานกแร้ง เป็นเขาที่พระพุทธองค์เสด็จมาประทับเป็นประจำทุกครั้งที่เสด็จมายังกรุงราชคฤห์ โดยพระเจ้าพิมพิสารทรงสร้างถนนเป็นขั้นบันไดถวาย จึงเรียกกันว่า ถนนพระเจ้าพิมพิสาร

เมื่อเดินข้ามสะพานจะพบ ถ้ำพระโมคคัลลานะ ถัดขึ้นไปพบถ้ำที่สวยงามชื่อ สุกรขาตา เป็นถ้ำที่พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาสูตรชื่อว่า เวทนาปริคคหสูตร ที่ พระสารีบุตร ได้ฟังจนบรรลุพระอรหัตผล จากถ้ำนี้ขึ้นไปบนยอดเขาตรงเชิงบันไดสันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ที่พระเทวทัตกลิ้งก้อนหินใส่พระพุทธองค์หมายปลงพระชนม์ จากนั้นเดินขึ้นไปพบกุฏิพระอานนท์ พระพุทธอุปัฏฐากอยู่หน้า พระมูลคันธกุฎี ที่คณะพุทธสาวิกาพร้อมใจกันสวดมนต์เจริญจิตภาวนาและทำการประทักษิณก่อนกราบลาไปยังสถานที่อื่น

ถัดไปคือ เรือนคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร ที่พระเจ้าอชาตศัตรูจับพระราชบิดามากักขังไว้จนสวรรคต แล้วสถาปนาตนเองขึ้นปกครองบ้านเมืองตามคำเกลี้ยกล่อมของพระเทวทัต

ต่อไปคือ บ้านนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาสให้กับพระพุทธองค์ก่อนพระองค์จะตรัสรู้ อยู่ไม่ห่างจากพุทธคยานัก

เรื่องราววันนี้ทำให้นึกถึง มงคลสูตร ๓๘ ประการ เพื่อความก้าวหน้าของชีวิต ในหมวดที่ ๑ คือ ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต บูชาคนที่ควรบูชา สังเกตว่าพระพุทธองค์ทรงระบุ การไม่คบคนพาล ไว้เป็นอันดับแรก เสมือนการติดกระดุมเสื้อ ถ้าติดเม็ดแรกผิดเม็ดต่อไปก็ย่อมผิด แต่ชีวิตนี้มีค่ายิ่งกว่ากระดุมเสื้อนัก จึงพึงระวังในการคบหาคนให้ดี

...ที่สำคัญอย่าให้คนพาลเกิดขึ้นในใจเรา

เพราะพาลในใจคนมืดมนยิ่งนัก มักไม่มีใครสังเกตเห็น รู้ดีชั่วเท่าตัวเรา

อนตฺถา เยว วฑฺฒนฺติ พาลํ ปจฺจูปเสวโต.

เมื่อคบหาคนพาล ย่อมมีแต่ความฉิบหาย

ธรรมสวัสดี

 

little-savika_07

โครงการบวชพุทธสาวิกาสี่แผ่นดิน ครั้งที่ ๗

อริยะสร้างได้...ไม่ใช่สิ่งสุดวิสัย

โดย ชยาภิรติสาวิกาโพธิ

ปาวาลเจดีย์ เจดียสถานที่พระพุทธองค์ทรงมีนิมิตโอภาสครั้งสุดท้ายและทรงปลงพระชนมายุสังขารก่อนปรินิพพาน ๓ เดือน

มหาวิทยาลัยนาลันทา หรือ นาลันทาเก่า ตั้งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยใหม่ประมาณ ๑ กิโลเมตร ทางด้านทิศเหนือของมหาวิทยาลัยมีพระพุทธรูปหินสีดำ ชาวไทยเรียกว่า หลวงพ่อองค์ดำ ชาวอินเดียเรียกว่า เตลิยะบาบา แปลว่าหลวงพ่อน้ำมัน ทุกวันจะมีชาวบ้านนำน้ำมันพร้อมข้าวตอกดอกไม้มาบูชาเพื่อขอพรให้หายเจ็บไข้ จากนั้นนำน้ำมันจากหลวงพ่อองค์ดำมาทาที่ผู้ป่วยด้วยเชื่อว่าโรคที่เกิดขึ้นจะหายไป

วัดเวฬุวนาราม หรือ วัดป่าไผ่ล้อม มีความสำคัญคือ เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา โดยพระเจ้าพิมพิสารเป็นผู้สร้างถวาย เป็นวัดที่พระองค์ทรงประทานบวชให้แก่คู่อัครสาวกซ้ายขวา...พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร และมีการประชุมสงฆ์ครั้งใหญ่ที่เรียกว่าจาตุรงคสันนิบาต

ตโปทาราม คือธารน้ำร้อนที่ไหลมาจากภูเขา ตั้งอยู่ที่เชิงเขาเวภารบรรพต อยู่ติดกับวัดเวฬุวัน การอาบน้ำที่นี่จะแบ่งตามชนชั้นวรรณะ พราหมณ์อาบชั้นบนสุด รองลงมาคือกษัตริย์ แพทย์ ศูทร และจัณฑาลอาบอยู่ชั้นสุดท้าย ถึงแม้ว่าน้ำที่อาบจะไหลผ่านการอาบของวรรณะต่างๆ จนมีสีดำคล้ำ แต่ก็อาบกันอย่างไม่รังเกียจ เพราะเชื่อว่าเป็นการอาบน้ำชำระบาป

พระพุทธองค์ทรงพยายามยกเลิกระบบวรรณะ แสดงไว้ในพระวินัยปิฎกจุลวรรคภาค (๗/๔๖๐/๒๙๐) ความว่า

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนแม่น้ำใหญ่บางสาย คือแม่น้ำคงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู มหี ไหลถึงมหาสมุทรแล้วย่อมละนามและโคตรเดิมเสีย ถึงซึ่งอันนับว่ามหาสมุทรทีเดียว วรรณะ ๔ เหล่านี้ คือกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ก็เหมือนกัน ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ในธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ย่อมละชื่อและตระกูลเดิมเสีย ถึงซึ่งอันนับว่าสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรทีเดียว"

การชำระบาปกรรมมิได้ขึ้นอยู่กับการชำระล้างร่างกาย แต่เป็นการชำระล้างจิตใจจากบาปอกุศล

การบรรลุธรรมมิได้ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ ชนชั้น วรรณะ ทุกคนมีสิทธิ์บรรลุธรรมได้

เพียงแต่รู้จักนำหลักธรรมมาทำให้เกิดประโยชน์สุขในชีวิต ให้ฉลาดในทางและมิใช่ทาง

ดังนั้น อริยะสร้างได้...ไม่ใช่สิ่งสุดวิสัย สำหรับเราทุกคน

ธรรมสวัสดี

 

little-savika_06

โครงการบวชพุทธสาวิกาสี่แผ่นดิน ครั้งที่ ๗

ชีวิตใหม่ในกายเก่า

โดย ชยาภิรติสาวิกาโพธิ

เช้าวันนี้ออกเดินทางมายัง วิหารปรินิพพาน ณ สาลวโนทยานนครกุสินารา สถานที่ดับขันธปรินิพพาน คณะพุทธสาวิกาสวดมนต์กันอย่างพร้อมเพรียง เจริญจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และร่วมกันถวายผ้าห่ม พระพุทธรูปปางอนุฏฐิตสีหไสยาสน์ ทำให้พุทธสาวิกาบางท่านมิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ ด้วยตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์

จากนั้นได้ประทักษิณ ๓ รอบที่ พระสถูปปรินิพพาน ซึ่งสร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นพระสถูปทรงบาตรคว่ำ ก่อนออกเดินทางไปยัง มกุฏพันธนเจดีย์สถูป สถานที่ถวายพระเพลิงพุทธสรีระ มีชื่อท้องถิ่นว่า รามภาร์กาตีลา ไม่ห่างไกลกันนักคือ โทณพราหมณ์เจดีย์ สถูปที่เป็นอนุสรณ์ของโทณพราหมณ์ที่แบ่งพระบรมสารีริกธาตุหรือที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

เหตุที่พระองค์ทรงเลือกเมืองกุสินาราเป็นที่ปรินิพพานก็เพื่อแสดง มหาสุทัสสนสูตร เพื่อให้ชนเป็นอันมากรู้ว่า กุศลเป็นสิ่งสำคัญที่ควรกระทำ

ดั่งพระวาจามีในครั้งสุดท้ายของพระองค์ว่า

"ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย, บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด"

สะท้อนถึงความไม่แน่นอน สรรพสิ่งในโลกนี้ย่อมหลีกหนีไม่พ้นการเกิด แก่ เจ็บ และตาย

ทุกคนต่างรู้เวลาเกิด แต่ไม่มีใครสักคนที่รู้เวลาตาย

จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้ผ่านไปวันๆ

หรือจะใช้ชีวิตอย่างสงบเย็นและเป็นประโยชน์

หยุดชั่ว ทำดี ตั้งแต่บัดนี้ Here and Now

เพื่อชีวิตใหม่ในกายเก่า

อย่ามัวเมาเอาแต่ผัดวันประกันพรุ่ง...พรุ่งนี้อาจไม่มีสำหรับคุณ

ธรรมสวัสดี

 

Page 3 of 21

<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ

?>