online-link
top_ladakh
asdasd

มีสติ...อยู่กับปัจจุบันขณะ

buddha_savika_007"มีสติอยู่กับปัจจุบันขณะ" เป็นประโยคที่เราได้ยินตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเหยียบสถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ร่มรื่น มีเสียงจ๊อกแจ๊ก ในบางเวลา เงียบในบางเวลา และมีเสียงตามสายในบางเวลา ที่ฟังแล้วอบอุ่นใจยิ่งนัก สถานที่นี้ คนทั่วไปเรียกว่า "เสถียรธรรมสถาน"

คุณแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต หรือที่พวกเราเรียกท่านว่า "คุณแม่" จะสอนอยู่เป็นประจำว่า "อยู่กับปัจจุบันขณะนะลูก" และทุกคนก็จะพูดกันติดปากเสมอว่า อยู่กับปัจจุบันขณะ เราเองก็เช่นกัน ทั้งพูดกับบุคคลอื่นและพูดกับตัวเองเสมอ

เรามาที่นี่ครั้งแรก จากการแนะนำของพี่สาว

"หนู ไปเสถียรฯ ซิ ถ้าชอบเดินจงกรม ที่นี่ทางเดินจงกรมสวยมากกกก สงบ ร่มรื่น ต้นไม้เต็มเลย...เดินแล้วเย็นสบาย"

"หรอ ? อืม..."

เรานั่งฟังพี่สาวเราสาธยายถึงสถานที่แห่งนี้

"โอ เค"

วันรุ่งขึ้น สามคนพี่น้อง ขับรถมาเสถียรฯ โอ้....แค่ย่างเหยียบเข้ามาที่นี่ก้าวแรก สัมผัสแห่งความสงบร่มเย็น เข้ามากระทบกายและใจของเราเข้าอย่างจัง พี่สาวคนโต ทำหน้าที่เป็นไกด์กิตติมศักดิ์ พาเดินชมตรงนั้น ตรงนี้ พร้อมคำอธิบาย เราสามคนเดินจนทั่ว ผ่านสะพานแห่งสติ

"นี่ก็ทางเดินจงกรมนะ"

"หรอ"

การทัวร์ครั้งนี้ จบลงด้วย น้ำเย็น พร้อมทั้ง เผือกต้ม มันต้ม ที่พี่สาวจัดหามาให้ พร้อมทั้งคำอธิบายที่ยังชื่นชมสถานที่แห่งนี้ "เห็นมั้ยเขาใช้กระดาษและใบตอง ไม่ใช้พลาสติกเลย"

พี่สาวยังคง พูด พูด พูด เพื่อโน้มน้าวใจน้องสาวคนเล็กให้มาปฏิบัติธรรมที่นี่ แต่พี่สาวหารู้ไม่ว่าน้องสาวคนนี้ มีใจให้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เท้ากระทบพื้นแล้ว แต่ก็ต้องปล่อยให้พี่สาวทำหน้าที่ของเขาให้เต็มที่ เพื่อความภาคภูมิใจ และที่สำคัญ เพื่อเป็นการสร้างกุศลให้กับเขาเอง

จากนั้นเราก็มาปฏิบัติธรรมที่นี่ พอปฏิบัติได้สักระยะ จึงตกลงใจที่จะบวชชีศีล ๑๐ หรือ บวชชีปลงผม ที่คนทั่วไปเข้าใจกัน

หลังจากบวช เราได้เข้ามาช่วยงานที่ห้องพระบรมสารีริกธาตุ เราได้ยินได้ฟังคำแนะนำ พร้อมทั้งคำสอนควบคู่กับคำว่า "ภาวนากับการทำงาน มีสติ อยู่กับปัจจุบันขณะ"

เราเริ่มทำงานที่นี่ จากการกวาดใบไม้ที่ลานไม้, ถูลานไม้, กวาดถูพื้นห้องพระบรมสารีริกธาตุ, เช็ดตะเกียง และพระเจดีย์ ตามลำดับ งานเริ่มพัฒนาขยับเข้าใกล้พระบมสารีริกธาตุ มาเรื่อยๆ

วันแรกที่ได้เช็ดตะเกียง คุณแม่ชีผู้ใหญ่ จะพูดย้ำว่า "ภาวนากับการเช็ดตะเกียง มีสตินะ"

"ค่ะ" เสียงตอบรับพร้อมรอยยิ้มจากแม่ชีน้องใหม่

วันเวลา เดินทางไปเรื่อยๆ จนเรามีแม่ชีรุ่นน้อง เราก็บอกเช่นนั้น เช่นกัน

"ภาวนากับการกวาดพื้นนะจ้ะ"

"ภาวนากับการเช็ดตะเกียงนะจ้ะ"

จนกระทั่งวันหนึ่ง วันนี้เป็นวันอะไรไม่ทราบมีคนช่วยทำความสะอาดเยอะเลย ขณะที่ทำงานจุดสุดท้าย ใจก็คิดว่า โอ้...ใกล้จะเสร็จแล้ว วันนี้เสร็จเร็วดีจัง เดี๋ยวเราจะ... เราเริ่มที่จะไม่ได้อยู่กับปัจจุบันขณะแล้วนะเนี่ย

"โพล๊ะ"

เราสะดุ้ง หันไปมอง น้ำมันตะเกียงค่อยๆ ไหลลงพื้น "งานเข้า" ไอ้ที่คิดไว้ว่างานจะเสร็จแล้ว สลายไปในพริบตา ทุกคนวางงานที่อยู่ในมือ บ้างก็หากระดาษทิชชู่ บ้างก็หากระดาษหนังสือพิมพ์ บ้างก็หาถุงพลาสติก แต่... เจ้าตัวก่อเหตุ ยังคงอยู่จุดเดิม นั่งตกใจ ยกมือพนม ขอโทษ ขอโทษ เหมือนเด็ก กำลังทำความผิด (น่าตีก้นนักเชียว ที่ทำให้ความฝันของพี่ชีสลาย ฮิ ฮิ ) แม่ชีพี่ๆ ก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไร อย่าเพิ่งขยับไปไหนนะ เพราะอาจจะมีเศษแก้ว

ขณะที่ช่วยกันทำความสะอาด สติของเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะแล้ว ทำให้เราคิดว่า "ไม่มีสติ" เราไม่ได้ตำหนิ แม่ชีรุ่นน้องนะ แต่เรากำลังคิดถึงตัวเรา ในวันแรกที่ได้เช็ดตะเกียง "ค่อยๆ หยิบ ค่อยๆ เช็ด อย่างมีสติเพราะถ้ามันแตก งานใหญ่เลยนะ เพราะเราต้องเช็ดน้ำมัน เก็บเศษแก้ว" แม่ชีผู้ใหญ่สอน ตอนนั้น ความคิดก็ธรรมดา แต่ค้านอยู่ในใจว่ามันจะแตกได้อย่างไร งานแค่นี้ จิ๊บๆ !!!!! แล้วยังหาข้ออ้างตามหลักความเชื่อ ๑๐ ประการ (กาลามสูตร) ที่อยู่ด้านหลังหนังสือสวดมนต์ (อย่าเพิ่งเชื่อตามเขาว่า ต่อเมื่อได้พิสูจน์แล้วรู้ได้ด้วยตนเอง.....)

"พลึด" เป็นความรู้สึกนะ มันไม่มีเสียง จะอะไรเล่า ก็ตะเกียงนะซิ ลื่นหลุดมือ เข้าไปอยู่ในกล่อง ดีนะที่ระยะไม่สูง การแตกจึงไม่เกิดขึ้น บทพิสูจน์บทที่ ๑ เริ่มขึ้น จริงด้วยแฮะ เมื่อกี้คิดโน่น คิดนี่อยู่ ไม่มีสติ อยู่กับปัจจุบันขณะ การระมัดระวังจึงเริ่มมากขึ้น (เดิมระวังอยู่แล้ว)

เมื่อมีครั้งที่ ๑ ก็ต้องมีครั้งที่ ๒ "หนูเวลาวางตะเกียง ค่อยๆ วางนะ วางอย่างมีสติ อยู่กับปัจจุบันขณะ และต้องระวังผ้าครอง แขนเสื้อ เพราะมันจะไปโดนตะเกียงลูกอื่น"

"ค่ะ"

แต่ในใจก็คิดนะ จะไปโดนได้อย่างไร และแล้ว วันหนึ่งก็เกิดขึ้น ขณะที่มือวางตะเกียงใจก็คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ แขนเสื้อเลยไปโดน ตะเกียง อีกลูก มันค่อยๆ หมุน ขยับออกจากที่อยู่ของมัน โอ้.....แม่เจ้า มันกำลังจะหล่นแล้ว สติ สติ สติมา เรารีบเอื้อมมือไปจับไว้ นี่คงเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่พระองค์ท่านคงเห็น และรู้ความคิดของแม่ชีคนนี้ เลยให้คำสอนซะหน่อย เป็นการเตือน

ตั้งแต่นั้นมา (ยังไม่มีครั้งที่ ๓ นะคะ) เราก็ทำงานอย่างมีสติ อยู่กับปัจจุบันขณะ ถึงแม้สติจะหลุดไปบ้าง แต่ก็ค่อยๆ ลดน้อยลง ตามระยะเวลาการฝึก ตอนนี้ทำให้เรานึกย้อนไปในอดีต ทำไมเราทำแก้วแตกบ้าง ของหลุดมือบ้าง เดินชนโต๊ะบ้าง อะไรอีกมากมายที่เกิดขึ้น อย่างที่ไม่ควรจะเกิด ตอนนี้เราได้คำตอบแล้วว่า การดำรงชีวิตนั้น ต้อง "มีสติ อยู่กับปัจจุบันขณะ" คำสอนของ ครูบาอาจารย์ นี่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ สาธุ

ธรรมสวัสดีค่ะ

แม่ชีติ๊ก

เรื่องเล่าจากสังฆะ

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697,
091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ