online-link
top-ny2017

เรื่องเล่าเร้ากุศล

ana-pix_047สัญญาณทางใจบางอย่างกำลังส่งเสียงเตือนฉัน หลังจากกรำงานหนักมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานเปิดสำนักงานสาขาแห่งใหม่ในต่างจังหวัด และยังต้องรับมือกับงานกลั่นกรองสินเชื่อซึ่งเป็นงานปกติประจำวัน แต่ช่วงนี้มันมากจนเกินคำว่าปกติไปเสียแล้ว เนื่องจากน้องในฝ่ายงานต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างกระทันหันทำให้ต้องลางานติดต่อกันถึง 3 สัปดาห์

“ภาวะงานล้นมือ” คงเป็นปัญหาที่สำนักงานไหนๆคงประสบพบเจอไม่ต่างกัน ถึงแม้ฉันและทีมงานจะทุ่มเทแรงกาย แรงใจ แรงสมองและเวลาทั้งหมดไปกับมันแค่ไหน แต่ดูเหมือนยามที่เราขาดบุคลากร จะทำงานให้ตายอย่างไร ก็ไม่เคยทำงานทัน

หลังจากต้องใช้แขนข้างขวาทำพรีเซ็นเตชั่น และเอกสารเตรียมเข้าบอร์ดไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละ 4 เรื่อง อาการออฟฟิศซินโดรมก็กำเริบ ร่างกายเริ่มออกอาการประท้วงด้วยการปวดไหล่ ปวดต้นคอ จนถึงขั้นแขนชา เมื่อสัญญานทางกายร้องเตือน บวกกับสัญญานทางใจอันเหนื่อยล้า 2 แรงแข็งขันทำให้ฉันต้องจัดสรรเวลา “พักกายพักใจ” ให้ตัวเองทันทีที่สมาชิกในฝ่ายงานกลับมาปฏิบัติหน้าที่

แล้วเสถียรธรรมสถานก็ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่ “ธรรมะจัดสรร” อย่างลงตัวที่สุดในช่วงเวลานั้น ด้วยความมุ่งมั่นไปดีท็อกซ์ความเครียด บวกกับความตั้งใจที่จะอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลจากการปฏิบัติธรรมเพื่อตอบแทนพระคุณพ่อและย่าผู้ล่วงลับ ฉันจึงมุ่งหน้ากลับไปสู่อ้อมกอดของเสถียรธรรมสถานอีกครั้ง

เริ่มกิจกรรมในเย็นวันแรกด้วยโยคะสมาธิ กิจกรรมสุดโปรดของฉัน ได้มานอนกลางสนามหญ้าใต้ร่มลานโพธิ์ สัมผัสไอดินกลิ่นหญ้ายามเย็น ให้ธรรมชาติโอบกอดเราเบาๆ แค่นี้ความเครียดก็จางคลาย ชาร์ตชีวิตให้กลับมาสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เหมือนน้ำค้างยามเช้าได้อีกครั้ง

เช้าวันที่ 12 สิงหา ท่านแม่ชีศันสนีย์ เปิดโอกาสให้คณะผู้ปฏิบัติธรรม ได้ร่วมกิจกรรม ณ อาคารสาวิกาสิขาลัย เหล่าผู้ปฏิบัติธรรมได้มีโอกาสทำบุญตักบาตรอาหารแห้ง ไปพร้อมๆกับการฟังเสียงขับกล่อมบทเพลงธรรมอันแสนไพเราะจับใจ จากดินป่าจีวัน และชมการแสดงแฝงคติธรรมจากเหล่านักแสดงจิตอาสา

13 สิงหา บนลานดาดฟ้าชั้น 3 ของอาคารสาวิกาสิขาลัย ได้ต้อนรับพวกเราอีกครั้งเพื่อทำวัตรเย็น เสียงสวดมนต์ดังก้อง ท่ามกลางสายลมเย็นสบาย ในมุมมอง 360 องศารอบตัวเรา สิ้นเสียงสวดมนต์ยามอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าพอดี ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยว่าซอยวัชรพลแห่งนี้ จะมีสถานที่ที่ให้เรานั่งชมตะวันตกดินได้งดงามเพียงนี้ แสงส้มอมเทาจากปลายพู่กันธรรมชาติ กระหวัดวาดผืนฟ้าก่อนรติกาลได้อย่างงดงามเหนือคำบรรยาย  ท่านแม่ชีศันสนีย์ไม่ได้ปล่อยให้เรา “หลง” อยู่กับภาพความงามเบื้องหน้า แต่ท่านแทรกคติธรรมให้เราได้พิจารณาถึง “ความเปลี่ยนแปลง” ด้วยตัวเราเอง เมื่อดวงอาทิตย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวาล ยังมีขึ้น มีลง ... แล้วชีวิตของพวกเราล่ะ จะยังมัวมายึดติดอยู่กับอดีตได้อย่างไรเล่า ทุกสรรพสิ่งล้วนหนีไม่พ้นความเปลี่ยนแปลง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไปเป็นธรรมดา ธรรมชาติแสดงธรรมให้เห็นตรงเบื้องหน้า...ชัดเจนยิ่งแล้ว

กิจกรรมของค่ำคืนยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ท่านแม่ชีฯ พาคณะผู้ปฏิบัติธรรม กลับเข้าสู่ธรรมศาลาอีกครั้งเพื่อชมภาพยนต์เรื่องสั้น 1 ใน 7 เรื่อง จากชีวิตจริงของผู้หญิงในบ้านสายสัมพันธ์ ตอน “ผู้หญิงคนนี้ไม่อยากชื่อบุญรอด” ฟังเพลงประกอบภาพยนต์ “ความรัก ศรัทธา ปาฏิหาร์ย์”  ด้วยน้ำเสียงบาดหัวใจของพี่แอม เสาวลักษณ์ ชมฝีมือการแสดงของคุณนุ่น สิรพันธุ์ ในบทบาทของแม่ผู้รักลูก แม่ผู้มีธรรมะเยียวยาหัวใจ ทำให้ทั้งตัวแม่และลูก ผ่านพ้นมหันตภัยในชีวิตมาได้ด้วยแรงแห่งธรรมและความเอื้ออาทรของทุกๆชีวิตในรั้วเสถียรธรรมสถาน คนที่ไม่เคยได้รับสัมผัสความรักจากผู้เป็นแม่อย่างฉันถึงกับนั่งน้ำตาซึม ทุกคำสอนของบุญรอดผู้เป็นแม่ในท้องเรื่อง ทำให้ฉันนึกถึงพ่อและย่า บุคคลที่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ให้ความรักกับฉันอย่างมากมายมหาศาล พ่อได้ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่อย่างดีที่สุดแล้ว ในขณะที่ย่า ก็เปรียบเสมือนเป็นแม่ของฉันไปเสียแล้วเพียงแต่ท่านไม่ได้อุ้มท้องฉันมาแค่นั้นเอง น่าแปลกเหมือนกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เคยอยากรับรู้ด้วยซ้ำ ว่าแม่แยกทางจากพ่อด้วยสาเหตุอะไร ฉันคิดแต่เพียงว่า ทุกคนล้วนมีเหตุผลของตนเอง ณ ช่วงเวลานั้น ยิ่งเติบโตก็ยิ่งเข้าใจว่า ความรัก มันบังคับกันไม่ได้จริงๆ บางที...คนดีๆ สองคน อาจอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ไม่เห็นจะแปลกนี่นา ต้องขอบคุณแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยซ้ำ ที่ท่านจากฉันไป จนทำให้ฉันเติบใหญ่ภายใต้การเลี้ยงดูของพ่อกับย่า ทำให้ชีวิตฉันเข้มแข็งและยืนหยัดได้ กล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง จนเป็นฉันในวันนี้

การปฏิบัติธรรมเนื่องในช่วงวันที่ 11-14 สิงหาคม 2554 ครั้งนี้ นอกจากจะได้ดีท็อกซ์กายใจให้สงบเย็นแล้ว ยังเป็นการทดแทนพระคุณและอุทิศส่วนบุญไปยังพ่อและย่าผู้ล่วงลับ ทุกๆ บุญกุศลใด อันจะพึงบังเกิดจากการตั้งใจปฏิบัติธรรมของฉันในช่วงวันแม่นี้ ฉันขอแผ่ส่วนกุศลไปยังแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยอีก 1 ท่านนะคะ

จากหัวใจของลูกคนนี้ ด้วยดวงใจที่ให้อภัย และไม่มีอคติ

จินดา มากคำ

ปฏิบัติธรรมช่วงวันที่ 11-14 สิงหาคม 2554

 

ana-pix_046

เวลา 5 ทุ่มเศษ ในมุมหนึ่งบน ชั้น 3 อาคาร B สาวิกาสิกขาลัย นอกจากตัวเองแล้ว ก็ไม่มีใครอยู่ด้วยเลย  แล้วอายตนะทั้งหลายก็เริ่มทำงาน หูเริ่มโฟกัสกับเสียงที่ได้ยิน คือ เสียงน้ำที่หยดลงมาจากดาดฟ้ากระทบกับน้ำในบ่อบัว เสียงจั๊กจั่นที่ดังกระหึ่มทั่วตึก เสียงรถที่วิ่งผ่านซอยวัชรพลเป็นระยะๆ เสียงจ๊อกแจ๊ก ๆ บริเวณรอบ ๆ  ตาก็เริ่มมองไปทางโน้นที ทางนี้ที หันซ้าย หันขวา หันหน้า หันหลังอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาสัก 10 นาทีได้ ยุงเริ่มกัดเป็นระยะ ๆ

 
ana-pix_045

‘กายเคลื่อนไหว ใจตั้งมั่น’

อากาศในสวนธรรมเช้านี้ช่างฉ่ำเย็น ด้วยหยาดฝนเม็ดสุดท้ายเพิ่งหยุดไป
วันนี้เป็นวันขี้เกียจของฉัน จึงได้โอกาสมาเดินเล่น
เมื่อก้าวย่างผ่านสะพานแห่งสติเข้าสู่ธรรมศาลา  ก็ได้ยินเสียงกวาดใบไม้ทั่วบริเวณ  
ฉันจับไม้กวาดแล้วเริ่มกวาด … ร่ายกายเคลื่อนไหว จิตเป็นคนดู
กวาด…กวาด…กวาด
จิตหนีไปคิดก็รู้ ความคิดดับไป จิตเบิกบาน
จิตบางครั้งก็เป็นคนดู บางครั้งก็กลายเป็นคนคิด
บางครั้งความคิดก็ยาวกว่าจะรู้ทัน
เมื่อความคิดทำงาน
ใบไม้บางใบ … กวาดครั้งเดียวก็ไปรวมกัน
ใบไม้บางใบ … เกาะกับพื้นไม้ที่เปียกชุ่ม …กวาดครั้งที่สองก็ไปรวมกัน
ใบไม้บางใบ … ติดแน่น ถึงแม้กวาดด้วยไม้กวาดทางมะพร้าว ก็ไม่ยอมออก
กิเลสก็เช่นเดียวกัน บางตัวออกง่าย บางตัวออกยาก บางตัวต้องกระทุ้ง บางตัวแค่สะกิด เราจึงต้องมีเครื่องมือหลายชนิดให้เหมาะกับกิเลสแต่ละแบบ และหากเรายังไม่ยอมหยุดเดินและยังคงเป็นผู้ดู กิเลสทั้งหมดต้องหลุดออกไปแน่นอน เฉกเช่นเดียวกับใบไม้บนลานนี้
จิตที่เป็นคนดู… บางครั้งก็เห็นความรู้สึกทางกายบ้าง ทางใจบ้าง
บางครั้งรู้สึกท้อแท้ เมื่อเผลอมองลานไม้อันกว้างใหญ่ที่มีใบไม้น้อยใหญ่ปกคลุม
เมื่อจิตมีความอยากให้เสร็จเร็ว พอตาเห็นลานกว้างเต็มไปด้วยใบไม้ จิตคิดว่าลานกว้างเหลือเกิน จะเสร็จไหม? จึงเกิดความรู้สึกท้อแท้ เมื่อจิตมีความอยาก แล้วไม่ได้อย่างที่อยาก ...จิตก็ทุกข์   
บางครั้งรู้สึกหงุดหงิดใจ เมื่อแขนชักจะเริ่มเมื่อย
เมื่อทุกขเวทนาทางกายแทรกตัวเข้ามาในแขนตอนกำลังกวาด เกิดความรู้สึกหงุดหงิด…เป็นทุกข์ทางใจ  
บางครั้งรู้สึกปลื้ม ที่ได้เห็นลานกว้างโล่งปราศจากใบไม้
เมื่อตาเห็นลานโล่ง ความคิดปรุงว่าได้ทำเสร็จแล้วและเป็นประโยชน์ เกิดความรู้สึกแช่มชื่นในจิต…เป็นกุศล

กุศล อกุศล เวียนกันเกิด ผลัดกันดับ
ร่างกายถูกรู้ กับจิตใจที่เป็นคนดู เขาอยู่คนละส่วนกัน
เพียงแค่กวาดใบไม้หนึ่งชั่วโมง
ฉันได้รู้จักร่างกายและจิตใจมากขึ้นว่าเขาทำงานกันอย่างไร
เมื่อร่างกายเคลื่อนไหว จิตเป็นคนดู
.. นี่คงเป็นความหมายของคำว่า “กายเคลื่อนไหว ใจตั้งมั่น” ที่ได้ยินกันอยู่บ่อยๆในเสถียรธรรมสถาน

อาสาสมัครคนหนึ่ง
 

ana-pix_038ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในเสถียรธรรม

ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้เข้ามาปฏิบัติธรรมข้ามปีที่เสถียรธรรมสถาน ด้วยความตั้งใจ ความแน่วแน่ที่จำพาบุญกุศล ที่ได้ทำในครั้งนี้ให้กับคนที่ข้าพเจ้ารัก และ รักข้าพเจ้า

ทุกครั้ง ทุกปี การเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของข้าพเจ้าจะอยู่ในวงล้อมเฮฮาของเหล่าเพื่อนๆ แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของข้าพเจ้าห้อมล้อมไปด้วยกัลยาณมิตร และ เสียงสวดมนต์ รอยยิ้มที่ชื่นบานของข้าพเจ้าบังเกิดขึ้นในทันทีที่มีการพนมมือหันไปสวัสดีปีใหม่กับกัลยาณมิตรซ้ายขวาหน้าหลัง

การนำพาบุญของข้าพเจ้าได้สำเร็จแล้ว พร้อมกับข้าพเจ้าได้สัมผัสกับคำว่า รู้ ตื่น เบิกบาน เป็นเช่นไร และปีใหม่ปีนี้ข้าพเจ้าได้ชื่นบานอิ่มเอมหัวใจที่ได้ทำในสิ่งที่ได้ตั้งใจไว้กับคนที่ข้าพเจ้ารัก และ รักข้าพเจ้าได้อย่างที่ตั้งใจไว้สำเร็จ.

นงลักษณ์ สุวรรณเวลา

ปฏิบัติธรรม วันที่ 30 ธันวาคม 2553 - 2 มกราคม 2554

 

Page 1 of 6

<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 Next > End >>

เร้ากุศลย้อนหลัง

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ

?>