online-link
top-70years

ศิลปะการใช้ชิวิต อานาปานะสติ

teaching-04
อริยสัจจากพระโอษฐ์ (ภาคต้น) ภาค ๓ – นิโรธอริยสัจ (หน้า ๖๘๘)

การเป็นพระอริยเจ้าไม่ใช่สิ่งสุดวิสัย

•  ภิกษุ ท.! เพราะอาศัยตาด้วย รูปด้วย จึงเกิดความรู้แจ้งทางตาขึ้น, การประจวบพร้อม (แห่งตา + รูป + วิญญาณ) ทั้งสามอย่างนั้น ย่อมเกิดมีผัสสะ, เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงเกิดมีเวทนา อันเป็นสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขบ้าง.
•ภิกษุ ท.! บุคคลนั้น เมื่อถูกสุขเวทนากระทบแล้ว ย่อมไม่เพลิดเพลิน ไม่พร่ำเพ้อถึง ไม่เมาหมกติดอกติดใจ, อนุสัยคือราคะ ย่อมไม่ตามนอน ในสันดานของบุคคลนั้น.
•ภิกษุ ท.! บุคคลนั้น เมื่อถูกทุกขเวทนากระทบแล้ว ย่อมไม่โศกเศร้า ไม่ระทมใจ ไม่คร่ำครวญ ตีอกร่ำไห้ ไม่ถึงความลืมหลง, อนุสัยคือปฏิฆะ ย่อมไม่ตามนอน ในสันดานของบุคคลนั้น.
•  ภิกษุ ท.! บุคคลนั้น เมื่อถูกเวทนาอันไม่ทุกข์ไม่สุขกระทบแล้ว ย่อมรู้ชัดแจ้งตรงตามที่เป็นจริง ซึ่งความก่อขึ้นของเวทนานั้น ซึ่งความตั้งอยู่ไม่ได้ของเวทนานั้น ซึ่งรสอร่อยของเวทนานั้น ซึ่งโทษของเวทนานั้น ซึ่งอุบายเครื่องออกพ้นไปได้จากเวทนานั้น, อนุสัยคืออวิชชา ย่อมไม่ตามนอน ในสันดานของบุคคลนั้น.
•(ในกรณีที่เกี่ยวกับ อายตนะภายใน และภายนอกคู่อื่น อันได้ประจวบกัน เกิดวิญญาณ ผัสสะ และเวทนา เป็น อีกห้าหมวด นั้น ก็มีข้อความอย่างเดียวกันกับหมวดแรกนี้ ผิดกันแต่ชื่อเรียกเท่านั้น).
• ภิกษุ ท.! บุคคลนั้นหนอ ละอนุสัยคือราคะ ในสุขเวทนาได้แล้ว, บรรเทาอนุสัยคือปฏิฆะ ในทุกขเวทนาเสียแล้ว, ถอนขึ้นได้กระทั่งราก ซึ่งอนุสัยคืออวิชชา ในเวทนาอันไม่ทุกข์ไม่สุขเสียได้แล้ว, ท่านละอวิชชาได้แล้ว ทำวิชชาให้เกิดขึ้นแล้ว,   จักเป็นผู้ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ในปัจจุบันนี้โดยแท้ ;
• ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้แล.

- อุปริ. ม. ๑๔/๕๑๘/๘๒๓.


 

teaching-03

หมวดที่ ๑๑ ว่าด้วยการมีสังวร ๑๓ เรื่อง (หน้า ๒๕๒)

ผู้เอาตัวรอดได้เพราะสังวรด้วยความรู้

•ภิกษุ ท. ! เมื่อบุคคลรู้อยู่เห็นอยู่ ซึ่ง (เรื่องราวของ) ตา ตามที่เป็นจริง, รู้อยู่เห็นอยู่ ซึ่ง

(เรื่องราวของ) รูป ตามที่เป็นจริง, รู้อยู่เห็นอยู่ ซึ่ง

(เรื่องราวของ) ความรู้แจ้งทางตา ตามที่เป็นจริง, รู้อยู่เห็นอยู่ ซึ่ง (เรื่องราวของ) สัมผัสทางตา ตามที่เป็นจริง, และรู้อยู่เห็นอยู่ ซึ่ง (เรื่องราวของ) เวทนาอันเกิดจากสัมผัสทางตา ที่เป็นสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ไม่ทุกข์ไม่สุขบ้าง ตามที่เป็นจริง; เขาย่อมไม่หลงรักในตา ไม่หลงรักในรูป ไม่หลงรักในความรู้แจ้งทางตา ไม่หลงรักในสัมผัสทางตา และไม่หลงรักในเวทนาอันเกิดจากสัมผัสทางตา ทั้งที่เป็นสุข เป็นทุกข์ และไม่ทุกข์ไม่สุข ;

•เมื่อไม่หลงรัก ไม่ผูกใจ ไม่หลงใหลไปตาม แต่มีปรกติพิจารณาเห็นโทษของสิ่งนั้น ๆ อยู่ ดังนี้แล้ว ความยึดถือในขันธ์ทั้งห้าของเขา ก็หยุดฟักตัวในกาลต่อไป;  ตัณหาคือความทะยานอยากอันระคนด้วยความเพลิดเพลินและกำหนัดรัก ซึ่งมีปรกติเพลินเฉพาะต่ออารมณ์นั้น ๆ ของบุคคลนั้น ก็เสื่อมถอยคลายคืน; ต่อนั้นไป

ความกระวนกระวายทางกายก็เสื่อมถอยคลายคืน; ความกระวนกระวายทางจิตก็เสื่อมถอยคลายคืน; ความร้อนรุมทางกายก็เสื่อมถอยคลายคืน; ความร้อนรุมทางจิตก็เสื่อมถอยคลายคืน; ความร้อนกลุ้มทางกายก็เสื่อมถอยคลายคืน; ความร้อนกลุ้มทางจิตก็เสื่อมถอยคลายคืน; เขาได้เสวยสุขทั้งทางกายและทางใจ;  

•ทิฏฐิความเห็นของเขา ผู้เป็นแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นสัมมาทิฏฐิ (ความเข้าใจที่   ถูกต้อง); ความคิดของผู้เป็นแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นสัมมาสังกัปปะ (ความมุ่งหมาย   ที่ถูกต้อง) ; ความเพียรของผู้เป็นแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นสัมมาวายามะ(ความพยายามที่ถูกต้อง); ความระลึกของผู้เป็นแล้วอย่างนี้ย่อมเป็นสัมมาสติ (ความระลึกที่ถูกต้อง) ; สมาธิของผู้เป็นแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นสัมมาสมาธิ (ความตั้งจิตมั่นไว้ในแนวที่ถูกต้อง);    กายกรรม วจีกรรม และอาชีวะของเขา ก็บริสุทธิ์ดีแล้วมาตั้งแต่แรก;

อริยอัฏฐังคิกมรรคของเขาย่อมถึงความเจริญเต็มที่ ด้วยอาการอย่างนี้

เมื่อเขาทำอริยอัฎฐังคิกมรรคให้เจริญอยู่อย่างนี้ สติปัฏฐานสี่ ­- - -

สัมมัปปธานสี่ - - - อิทธิบาทสี่ - - - อินทรีย์ห้า - - - พละห้า - - -โพชฌงค์

เจ็ด - - - ย่อมถึงความงอกงามบริบูรณ์ได้แท้ .

ธรรมสองอย่างของเขาคือ สมถะ และวิปัสสนา ชื่อว่าเข้าคู่กันได้

อย่างแน่นแฟ้น - - -

(ในกรณีของ หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็มีข้อความอย่างเดียวกัน)

-----------------------------------------------------------------

๑. บาลี พระพุทธภาษิต สฬายตนวิภังคสูตร อุปริ. ม. ๑๔/๕๒๓/๘๒๘.

 

Page 1 of 8

<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 Next > End >>

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ

?>