online-link
top-ny2017

กะเทาะใจวัย M ตอนที่ ๒

หลังจากค่ายเปิดขึ้นในวันที่ ๒๐ จนถึงวันที่ค่ายปิดในวันที่ ๒๖ พวกเรารู้สึกหรือได้อะไรจากค่ายนี้บ้าง ?

เฟื่อง : หนึ่งอย่างที่ได้จากค่ายนี้คือเรื่องของคน ก็อย่างที่ท่านแม่ชีบอกตลอดระยะเวลาที่ทำค่ายว่าให้ดูตัวเอง ลดทิฏฐิ อย่ามีตัวตน จากแต่ก่อนที่เราเห็นบางคนทำอะไรไม่เข้าตาเรา เราก็จะหมั่นไส้ คนนั้นคนนี้ แต่มีอยู่คืนหนึ่งมานั่งฟังท่านพูดตอนสรุปท้ายวัน ก็เลยนึกได้ว่าแต่ละคนอยู่กันมาคนละแบบ ถูกเลี้ยงมาคนละแบบ เข้าใจชีวิตและคิดอะไรกันคนละแบบ ย่อมทำให้มีลักษณะที่แตกต่างกันไป เรารับไม่ได้ก็ปล่อย ๆ ไปบ้าง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ มิฉะนั้นคนที่เครียดก็คือเราคนเดียว ลดไม่ได้หมดหรอกค่ะ แต่ก็พยายามอยู่

ต้อยติ่ง : กิจกรรม KM ที่ทำกันในค่ายทำให้เราสำนึกขึ้นมาทันทีว่า คนเรามันไม่เหมือนกัน คนนี้ก็เรื่องหนึ่ง คนนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งปัญหาที่แต่ละคนพบมาก็ต่างกัน เราต้องมีวิธีการจัดการ การเข้าถึงแต่ละคนที่ต่างกัน ทำให้เราปรับตัว และเข้าใจคนอื่นได้มากขึ้น

เฟื่อง : KM ทำให้ประหลาดใจว่ามีเด็กมากมายที่กล้าเปิดใจเล่าเรื่องครอบครัวหรือว่าเรื่องอะไรก็ตามที่ตัวเองเจอ เรื่องที่เป็นปัญหา ซึ่งเขาคงไม่สามารถมาพูดออกทีวีได้ หรือถ้าออกทีวีก็คงจะต้องโดนปิดหน้าเล่า หรืออยู่ในเงามืด แต่เด็กที่มานั่งกับเรา พอเราบอกว่า เล่ามาเลยนะคะ สบาย ๆ เขาก็เริ่มเล่า ๆ ๆ แล้วก็ร้องไห้ เล่าแล้วก็บอกออกมาจริง ๆ บอกมาหมดว่าที่บ้านเป็นอย่างนี้ มันไม่ดีอย่างนี้ แล้วก็ทำให้เห็นว่าทุกอย่างมันโยงกันจริง ๆ พอไปรวมกับตอนแรกที่เรารู้สึกว่าเด็กกลุ่มที่เข้ามาเป็นเด็กกลุ่มที่มีจิตอาสา เฟื่องก็คิดว่าเขาต้องสมบูรณ์พอแล้วที่จะช่วยคนอื่น จะไม่ได้มองว่าเป็นเด็กที่ยังพร่องอยู่ในบางด้าน เลยยิ่งแปลกใจว่าโอ้โห เก่งนะ ทำกันได้ขนาดนี้

ฝน : รู้สึกว่าสนุกมาก คนมาเยอะกว่าที่คิด แล้วก็เหนื่อยมากด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกดีใจมากที่ค่ายนี้ประสบความสำเร็จ เกินคาดจริง ๆ สนุกมาก ได้เพื่อนใหม่พร้อมประสบการณ์ดี ๆ มาก แล้วค่ายนี้ยังสอนให้ดูแลใจของตัวเองด้วย

ไผ : ไผทำงานนี้โดยที่มี 'ความสุขเล็ก ๆ ในใจ' อย่างมาก (มันเป็นประโยคที่ได้ยินจากคุณยายจ๋าอยู่บ่อย ๆ) แล้วก็รู้สึกว่าเวลาที่เราทำงานโดยมีความสุขเล็ก ๆ ในใจ เราจะไม่รู้สึกว่ามันหนักเลย ตรงกันข้าม จะรู้สึกว่ามีพลังเหลืออยู่ในตัวมากจริง ๆ

ปลา : รู้สึกว่าได้รู้จักน้อง ๆ ที่มาจากคนละครอบครัว ต่างถิ่นต่าง ฐานะ แต่พวกเราสามารถรู้จักน้อง ๆ ได้เร็วมาก ๆ ด้วยการทำ KM ที่คุณยายจ๋าจัดไว้ มันเป็นค่ายที่ไม่เหมือนกับค่ายอื่นเลยก็ตรงนี้แหละ และมันก็ดีมาก ๆ ด้วย และการที่เราได้รู้จักกระบวนการ KM ทำให้ได้รู้ว่าตัวตนของแต่ละคนเป็นอย่างไร และที่สำคัญอีกจุดหนึ่งของค่ายนี้ก็คือการดูแลใจของตัวเอง

ทิพย์ : ตอนแรกคิดว่าค่ายตั้งเจ็ดวันใครจะมา เพราะมันนานมาก แต่ต่อมาก็คิดว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ มีอะไรดี ๆ หลายอย่าง ชอบตอนถอด KM เพราะว่ามันได้รู้ความรู้สึกข้างในของแต่ละคนว่าแต่ละครอบครัวก็มาอย่างแตกต่างกัน จากเด็กที่เคยมีปัญหาในตอนแรก ก็สามารถทำตัวให้ดีขึ้นมาได้ แล้วก็เป็นประธานในหน่วยต่าง ๆ ทำให้เรามีแรงจูงใจที่จะทำงานอาสาต่อไป

ต้อยติ่ง : ส่วนของติ่งมันจะมีในส่วนของการทำความเข้าใจคนด้วย ช่วงเตรียมงานเราก็จะเหนื่อยกับงานเอกสาร แต่พอค่ายเปิด สิ่งที่เราเจอมันเปลี่ยนประเด็นจากเหนื่อยกับงานมาเป็นเหนื่อยกับคนแล้ว แต่ก็โอเคเพราะที่ต้องกระทบกันก็เพราะต้องการที่จะทำงานให้ดีที่สุด ไม่ใช่เพราะอคติหรือเรื่องส่วนตัว

แพน : ใช่ มีเรื่องกระทบใจทุกวัน เพราะงานที่รับผิดชอบมันต้องติดต่อกับคน เขาไม่ได้ดังใจเรา เราไม่ได้ดังใจเขา ก็เป็นเรื่องได้ทั้งนั้น แต่แพนได้คาถาจากคุณยายจ๋า ก็คือให้ดูแลใจ กระทบ...แล้วไม่กระเทือน อย่าให้ใจกระเพื่อม มีสมาธิกับสิ่งที่ทำตรงหน้า ก็ดีค่ะ แต่แรก ๆ ก็พยายามน่าดู เพราะทุกอย่างต้องเร็วหมด ก็เลยกระทบกันบ่อย ก็ต้องอดทน...

จู้ : ผมเองทำงานประจำด้านหนังสือพิมพ์อยู่แล้ว น้องอีกสามคน (อาร์ต ตุ๊กตา ต้น) ที่มาช่วยงานก็เรียนมาด้าน สื่อสารมวลชนเหมือนกัน พอเข้ามาช่วย SOS มันก็เหมือนเอาสิ่งที่ตัวเองรู้ที่ตัวเองมีนั้นมาทำประโยชน์มากขึ้น ตอนทำก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ทำเต็มที่ นอนดึกกันก็ไม่มีใครบ่น แต่พอมองย้อนกลับไป...วันนี้มันรู้สึกว่า...โอ้โห พวกเรามีโอกาสได้ร่วมงานระดับชาติ มันภูมิใจมากที่อย่างน้อยเราก็เป็นอีกแรงที่ช่วยพรวนดินให้เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ นอกจากนี้ สิ่งที่ได้รับ ผมว่ามันมากกว่าบวกหนึ่ง คือบวกหนึ่งก็ว่ากำไรแล้วนะ งานนี้นอกจากจะได้ทำประโยชน์แล้ว ยังได้สัมผัสกับความอ่อนโยน ไม่เคยเจอที่ค่ายไหนมาก่อนเลย ประทับใจในกิจกรรมของคุณยาย โดยเฉพาะกิจกรรมภาวนากับนวด ผมสัมผัสได้ถึงความรักอย่างมาก แล้วที่สำคัญคือผมสัมผัส ได้ว่า ความรักที่มีต่อคนข้างหน้ามีอยู่จริงมีความสุขจริง ๆ

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ

?>