online-link
top-70years

กะเทาะใจวัย M ตอนที่ ๑

กะเทาะใจวัย M

พี่เลี้ยงร่วมแรง ... ร่วมใ

หากคุณเชื่อว่าบ้านไม่สามารถปลูกสร้างได้ด้วยมือและแรง ของวิศวกรเพียงคนเดียวได้ฉันใด ค่ายเยาวชน SOS ก็เป็นดั่งบ้าน ที่กำลังปลูกสร้างและไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยคนเพียงคนเดียวฉันนั้น

เรากำลังพูดถึงอาสาสมัครไซซ์ M !

แม้ค่ายจะจบไปแล้ว แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังทำงานอยู่เพื่อเตรียมพร้อมตกแต่งบ้านเยาวชน SOS สู่การร่วมถักทอเพื่อให้ได้แนว ทางสู่การส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน ลองมาฟังมุมมอง ความรู้สึกของพวกเขากลุ่มเยาวชนไซซ์ M กันดูบ้างเป็นไร

จุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำงานค่ายเยาวชน SOS เป็นมาอย่างไร ?

จู้ : ผมก็เริ่มจากที่พี่ข้าว (หนึ่งในทีมงานไซซ์ L) โทรศัพท์มาบอกให้ไปช่วยงานเจ็ดวัน แต่ก็ยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด จนประมาณสองวันก่อนค่ายเปิดได้คุยกันอีกครั้งจึงรู้ว่าต้องมาที่เสถียรธรรมสถาน และมารู้ว่าทำอะไรก็วันที่มาถึงเสถียรฯ แล้ว ทีนี้พอรู้ว่าต้องมาทำข่าว แจกสื่อยังนึกเซ็งในใจเลยว่าหนีงานข่าว ที่ที่ทำงานยังได้มาเจอข่าวที่นี่อีก

ต้อยติ่ง : ติ่งเข้าออกที่นี่มาสองปีแล้ว เวลาที่นี่มีอะไรก็ทำ ตอนแรกที่รู้ว่าตัวเองต้องมาทำค่ายนี้ก็ตื่นเต้นนะ ครั้งแรกที่ได้คุยงาน ก็รู้สึกว่ามันคงเล็ก ๆ แต่พอได้ประชุมงานไปครั้งที่ ๒ ที่ ๓ รู้สึกงานเริ่มใหญ่ ขึ้น ๆ เริ่มคิดว่าจะอยู่จนจบโครงการหรือเปล่า แต่พอเรารับผิดชอบแต่ต้น มันก็ต้องรับผิดชอบต่อไป

ปกติแล้วติ่งจะชอบชวนเพื่อนมาที่นี่ เพราะคิดว่าเรามีที่ดี ๆ ก็เลยอยากให้เพื่อนได้มารู้จัก และพอดีที่เป็นช่วงปิดเทอม ก็เลยชวนเพื่อนสองคนมาช่วยทำค่ายครั้งนี้ด้วย เพื่อนก็สนใจ แล้วพอได้มาทำก็ สนุก และได้ประโยชน์กันทุกคนเลย

ฝน : ต้อยติ่งโทร. มาชวนให้เข้าค่าย SOS ตอนแรกไม่รู้เลยว่า SOS คืออะไร ทำอะไร แต่ก็ตอบตกลงไปเพราะว่าว่างอยู่ค่ะ

ไผ : ของไผก็เหมือนกัน ไผเปิด msn เล่นแล้วเขียนขึ้นหัวไว้ว่าว่างมากมาย พอดีต้อยติ่งก็เล่นอยู่ ก็เลยเขียนชวนให้มาค่าย SOS ซึ่งตอนนั้นไม่รู้รายละเอียดเลย ก็ตอบต้อยติ่งไปว่าตกลงโดยไม่ได้คิดอะไรเลยแม้แต่น้อย

แพน : แรกเริ่มก็คิดว่าจะแค่มาช่วยตัดกระดาษ ทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะมามีส่วนร่วมกับงานนี้มากมาย ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ค่าย SOS เป็นค่ายเยาวชน แพนเริ่มเข้ามาทำแบบเต็มตัวก็ตอนที่แม่แอ้ม (หนึ่งในทีมทำงานไซซ์ L) ป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาล งานทั้งหมดของแม่แอ้มก็จะเริ่มถูกจ่ายแจกไปยังคนทำงานอื่น ซึ่งรวมทั้งแพนด้วย

เฟื่อง : คืนนั้นเฟื่องประชุมปิดเล่มหนังสือ ' สาวิกา' อยู่กับท่านแม่ชี แล้วก็พี่ปุ้ย คุณจอย คุณแอ้ม คุณไก่ ท่านก็บอกว่างั้นอยู่ประชุมงานต่อเลยแล้วกัน ก็เลยได้ทราบว่าเสถียรธรรมสถานกำลังจะจัดค่ายให้กับเยาวชนจำนวน ๒๐๐ คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือ แต่เป็นเด็กที่มีศักยภาพพอที่จะไปช่วยเหลือคนอื่น แล้วคืนนั้นก็ได้ชื่อโครงการ และคำว่า 'บ่มเพาะ แตกหน่อ ต่อยอด' ออกมา

ทิพย์ : จริง ๆ แล้วก็มาช่วยทำงานที่เสถียรธรรมสถานกับคุณพ่ออยู่แล้ว เข้ามาช่วยเพราะคุณพ่อชวน ตอนแรกคิดว่าเราจะมาช่วยงานอะไรได้ เพราะเป็นแค่นักเรียน ม.ปลาย ไม่เคยทำงานอะไรเลย คิดดูนะ แค่โทร. ประสานงานก็เป็นงานใหญ่สำหรับเรา แล้ว และนี่ต้องทำต่อเนื่องสามปี

ปลา : วันแรกที่ได้รู้จักกับค่าย SOS คือวันที่ครูเล็ก ภัทราวดี เดินเข้ามาบอกว่าให้เข้ามาร่วมกับโครงการ SOS ที่เสถียรธรรมสถาน โดยแม่ชีศันสนีย์จัดขึ้น จะได้มีประสบการณ์ในการทำค่ายกับเด็ก เพื่อจะได้เอามาประยุกต์ใช้กับการสอนการแสดงให้เด็กได้บ้าง

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ

?>