online-link
top-ny2017

108 คำถาม

ดิฉันกังวลมากค่ะที่ ลูกของดิฉัน ทำสิ่งต่างๆ ไม่ได้เหมือนกับลูกของคนอื่น

ตอบ : อย่าเอาลูกของเราไปเปรียบเทียบกับลูกของคนอื่นเพราะมันจะกลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ เอาสิ่งที่ลูกพัฒนาทุกวันมาชมเชยเขาว่า วันนี้เขาทำอะไรดีกว่าเมื่อวานนี้และทำให้เขาประจักษ์ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความชื่นใจของพวกเราทุกคน แล้วเขาก็จะวัดได้ว่าตัวเขาจะดีขึ้นและเป็นสุขขึ้นกับสิ่งที่เขาพึ่งพาตนเองได้ในทุกๆโอกาสที่เขาได้ทำ ส่วนเขาจะเหมือนคนอื่นหรือไม่ สิ่งนั้น.....ก็เป็นเรื่องที่เราไม่ต้องไปคาดหวังแต่ขอให้เรา...มองลูกอย่างที่ลูกเป็น รู้ว่าลูกมีความสุขในขณะที่อยู่กับเรา ที่จะสามารถทำอะไรได้อย่างมีความภาคภูมิใจในตัวเขาเองอยู่เรื่อยๆและเมื่อเขาพร้อมที่จะอุทิศตัวเพื่อจะรับใช้ผู้อื่นและใครๆได้อย่างเป็นสุข เขาก็จะมีความรู้สึกมั่นคงอยู่ภายในไม่ว่าเขาจะมีใครที่อยู่เหนือกว่าหรือด้อยกว่าใจของเขาก็จะไม่ทุกข์

 
ดิฉันควรจะจัดการอย่างไรดี เมื่อแม่ของดิฉันชอบทำสิ่งต่างๆให้หลาน(ลูกของดิฉัน) เพราะดิฉันกลัวว่าลูกจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ตอบ : การที่จะไปจัดการกับใครโดยที่ไม่จัดการกับใจเราเองนั้นดูเป็นวิธีการที่ไม่ฉลาด เพราะการที่เรามีแม่ ซึ่งเราก็ต้องมีหน้าที่ที่ต้องดูแลท่านเพราะท่านเป็นผู้ที่มีความรักอย่างมากมายกับเรา เพราะเราคือทั้งหมดและเราคือชีวิตของท่าน อย่าลืมว่า ตัวเราเองก็เติบโตมาท่ามกลางความรักที่แม่มีต่อเรา เราต้องฝึกที่จะมาเข้าใจแม่ของเราที่มีความรักกับหลานก็คือลูกของเรา และเราก็ต้องเข้าใจลูกเรา วิธีการง่ายๆ ก็คือ จัดใจเราเพื่อเข้าใจแม่เรา และจัดใจเราเพื่อเข้าใจลูกเรา ให้โอกาสการอยู่ร่วมกัน ของคนสองวัยแต่ใจเป็นสุขร่วมกัน ทำให้ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวแห่งสติปัญญาดีกว่าคิดที่จะไปเปลี่ยนแม่ หรือเปลี่ยนลูก วิธีการง่ายๆคือสนทนากันด้วยหัวใจใช้การขอร้องว่า เรามาช่วยกันฝึกให้หลานมีความเข้มแข็ง เราห่างเพื่อที่เราจะได้เห็นเขาชัดขึ้น มันอาจ จะทำให้เราไม่กังวล นั่นหมายถึง..การนอนตายตาหลับของคุณยาย และเราจะได้พบความอาจหาญของหลานในการที่จะทำอะไรในทุกอย่างที่เป็นการเรียนรู้จากสิ่งที่ต้องแก้ไข อย่างมีใจที่พึ่งพาตนเองได้ น่าจะเป็นคำตอบให้เรา ในฐานะที่เป็นลูก และเป็นแม่ที่จัดใจเราเพื่อเข้าใจแม่ และจัดใจเราเพื่อเข้าใจลูก รอยต่อตรงนี้สำคัญ การที่เราจะวิ่งไปจัดการลูกบ้าง ไปจัดการแม่บ้าง จะทำให้เราสับสน หมดแรง ฉะนั้นขอให้เราเป็นผู้ยืนดูแม่เราอย่างต้องเข้าใจในความรักของท่านทีมีต่อลูกของเราที่มีเจตนาที่เข้าไปช่วยเหลือดูแลลูกของเรา การกระทำเช่นนั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิด แต่ขอให้เราจัดกระบวนการ จังหวะ และโอกาสเพื่อที่จะทำให้หลานของท่านเติบโตด้วยตนเองได้ ถ้าในวันหนึ่งไม่มีคุณยายอยู่ ซึ่งลักษณะนี้คุณยายก็จะไม่รู้สึกน้อยใจ ไม่รู้สึกเสียใจว่าไม่ได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือลูกของเรา ส่วนหลานก็พยายามสอนให้เขาสร้างความเข้มแข็งว่า....ถ้าเขาทำอะไรที่เขาพอจะมีพลังและเวลาที่จะกลับไปดูแลคุณยายได้ ก็จะเป็นโอกาสที่ดีที่หลานจะฝึกความเข้มแข็งและกตัญญู ซึ่งจะทำให้คุณยายไม่ปฏิเสธหลานอีกด้วยด้วย

 
ลูกดิฉันสมาธิสั้น ดิฉันควรทำอย่างไรดีค่ะ และการมาทำกิจกรรมที่โรงเรียนพ่อแม่ จะทำให้ลูกมีสมาธิขึ้นหรือไม่

ตอบ : ให้คุณแม่สังเกตว่า ถ้าเด็กมีความพอใจอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเราเห็นเขามีความสุขกับสิ่งนั้นก็แสดงว่าเด็กคนนั้นนะมีสมาธิ โดยมี "กายอยู่กับกิจ.....จิตอยู่กับงาน" ดังนั้นเราจะเห็นว่าโรงเรียนพ่อแม่ตอบคำถามของพ่อแม่ ที่มักจะถามว่าลูกเมื่อลูกมีสมาธิสั้นควรทำอย่างไร สิ่งง่ายที่เด็กสังเกตและเรียนรู้จากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดนั้นคือ "การกระทำให้ดูมีความสุขกับการกระทำให้เห็น" นั้นศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าการบังคับให้กระทำในสิ่งที่เขาไม่ได้เลือก แต่ถ้าเมื่อเขาสามารถเลือกกระทำในสิ่งหนึ่งสิ่งไดอย่างมีความสุข เมื่อเขาสามารถเลือกทำสิ่งนั้นได้อย่างยาวนาน จนเกิดความสำเร็จ เป็นความภาคภูมิใจในตนเอง และเมื่อเขามีความสุขที่เกิดขึ้นอย่างยาวนานและนั้นก็สามารถเรียกได้ว่าเขามีสมาธิกับการทำงาน

 
calendar_parent_2560

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ

?>