online-link
top-ny2017

เจาะน้ำคร่ำดีไหม ?

กว่า ๗๐ % ของแม่ที่สมัครเข้าร่วมโครงการจิตประภัสสรฯ มีอายุ ๓๐ ปีขึ้นไป และ ๕๐ % เป็นแม่ที่ตั้งครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุ ๓๕ ปีขึ้นไป   ซึ่งมักมีความกังวลกับคำแนะนำของสูติแพทย์ที่บอกว่า “คุณอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นดาวน์ซินโดรม  หมอแนะนำให้คุณเจาะน้ำคร่ำ”  ได้ยินแค่นี้แม่ที่กำลังตื่นเต้นกับการตั้งครรภ์ก็ถึงกับอึ้งเสียแล้ว ความกลัวเข้ามาแทนที่  และหลายรายเดินเข้ามาในโครงการจิตประภัสสรฯ เพราะเหตุนี้  แถมบางรายหนักกว่านั้น  เนื่องจากมีโรคประจำตัวอื่นร่วมด้วย  ยิ่งหมอแนะนำว่า “ความเสี่ยงสูง ควรทำแท้ง”  ใจแม่ก็แทบสลาย

การตรวจเจาะน้ำคร่ำ คือ การตรวจพิเศษ เป็นการเจาะเอาน้ำคร่ำที่อยู่ล้อมรอบตัวทารกออกมา  เพื่อนำไปตรวจวินิจฉัยหาความผิดปกติของโครโมโซม ...มักทำในช่วงอายุครรภ์ ๑๖-๑๘ สัปดาห์ (จากหนังสือ ‘๔๐ สัปดาห์ พัฒนาครรภ์คุณภาพ’ สนพ.บริษัท แปลน พับิชชิ่ง จำกัด)  เป็นเทคโนโลยีชนิดหนึ่งที่ใช้คัดกรองความผิดปกติของทารกในครรภ์

ข้อดีคือคู่สามีภรรยาสามารถมีทางเลือกที่จะดำเนินการตั้งครรภ์ต่อไป ในกรณีที่ตรวจพบทารกปกติหรือตัดสินใจเลือกยุติการตั้งครรภ์หากพบทารกที่ผิดปกติ  ข้อเสียอาจมีการตกเลือด อาจมีการติดเชื้อ หรืออาจมีการแท้งเกิดขึ้น  (หาอ่านเพิ่มเติมทั้งมิติทางการแพทย์และประสบการณ์ตรงจากแม่ท้อง  ได้จากอินเตอร์เน็ท โดยพิมพ์คำว่า “เจาะน้ำคร่ำ” )

สมัยก่อนไม่มีเทคโนโลยีมาก  แม่ที่ตั้งครรภ์จึงไม่ใช่ผู้ตัดสินใจว่าจะต้องการลูกแบบไหน หญิงหรือชาย เดี่ยวหรือแฝด  แข็งแรงหรือพิการ  สิ่งทีทำได้คือการทำกุศลให้มากเพื่อลูกและความสบายใจของแม่ แต่สมัยนี้เรามีเทคโนโลยีที่สามารถคัดกรองเพศและความพิการได้ตั้งแต่ในครรภ์  การเจาะน้ำคร่ำจึงกลายเป็นหลักปฏิบัติที่หมอต้องบอกพ่อแม่ที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยง(ที่ยังเป็นประเด็นเห็นต่าง)  ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรก็สุดแล้วแต่พ่อแม่  ซึ่งผลก็คือทิ้งความกังวลไว้อีกนาน

กว่า ๗๐ % ของแม่ที่สมัครเข้าร่วมโครงการจิตประภัสสรฯ มีอายุ ๓๐ ปีขึ้นไป และ ๕๐ % เป็นแม่ที่ตั้งครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุ ๓๕ ปีขึ้นไป   ซึ่งมักมีความกังวลกับคำแนะนำของสูติแพทย์ที่บอกว่า “คุณอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นดาวน์ซินโดรม  หมอแนะนำให้คุณเจาะน้ำคร่ำ”  ได้ยินแค่นี้แม่ที่กำลังตื่นเต้นกับการตั้งครรภ์ก็ถึงกับอึ้งเสียแล้ว ความกลัวเข้ามาแทนที่  และหลายรายเดินเข้ามาในโครงการจิตประภัสสรฯ เพราะเหตุนี้  แถมบางรายหนักกว่านั้น  เนื่องจากมีโรคประจำตัวอื่นร่วมด้วย  ยิ่งหมอแนะนำว่า “ความเสี่ยงสูง ควรทำแท้ง”   ใจแม่ก็แทบสลาย

การตรวจเจาะน้ำคร่ำ คือ การตรวจพิเศษ  เป็นการเจาะเอาน้ำคร่ำที่อยู่ล้อมรอบตัวทารกออกมา  เพื่อนำไปตรวจวินิจฉัยหาความผิดปกติของโครโมโซม ...มักทำในช่วงอายุครรภ์ ๑๖-๑๘ สัปดาห์ (จากหนังสือ ‘๔๐ สัปดาห์ พัฒนาครรภ์คุณภาพ’ สนพ.บริษัท แปลน พับิชชิ่ง จำกัด)  เป็นเทคโนโลยีชนิดหนึ่งที่ใช้คัดกรองความผิดปกติของทารกในครรภ์   ข้อดีคือคู่สามีภรรยาสามารถมีทางเลือกที่จะดำเนินการตั้งครรภ์ต่อไป ในกรณีที่ตรวจพบทารกปกติหรือตัดสินใจเลือกยุติการตั้งครรภ์หากพบทารกที่ผิด ปกติ  ข้อเสียอาจมีการตกเลือด อาจมีการติดเชื้อ หรืออาจมีการแท้งเกิดขึ้น  (หาอ่านเพิ่มเติมทั้งมิติทางการแพทย์และประสบการณ์ตรงจากแม่ท้อง  ได้จากอินเตอร์เน็ท โดยพิมพ์คำว่า “เจาะน้ำคร่ำ” )

สมัยก่อนไม่มี เทคโนโลยีมาก  แม่ที่ตั้งครรภ์จึงไม่ใช่ผู้ตัดสินใจว่าจะต้องการลูกแบบไหน  หญิงหรือชาย  เดี่ยวหรือแฝด  แข็งแรงหรือพิการ  สิ่งทีทำได้คือการทำกุศลให้มากเพื่อลูกและความสบายใจของแม่  แต่สมัยนี้เรามีเทคโนโลยีที่สามารถคัดกรองเพศและความพิการได้ตั้งแต่ใน ครรภ์   การเจาะน้ำคร่ำจึงกลายเป็นหลักปฏิบัติที่หมอต้องบอกพ่อแม่ที่อยู่ในเกณฑ์ เสี่ยง(ที่ยังเป็นประเด็นเห็นต่าง)  ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรก็สุดแล้วแต่พ่อแม่  ซึ่งผลก็คือทิ้งความกังวลไว้อีกนาน

ในมุมมองของพุทธศาสนา  มนุษย์มีกรรมเป็นกำเนิด  ต่อให้หมอมีเทคโนโลยีอะไรมารับประกันว่า ลูกจะต้องคลอดออกมาเป็นเด็กที่สมบูรณ์แข็งแรงทุกอย่าง  แต่ไม่มีเทคโนโลยีอะไรมารับประกันได้ว่าลูกจะไม่เจอเรื่องร้ายๆในอนาคต  เมื่อชีวิตเป็นสิ่งที่ลิขิตไม่ได้   แล้วอะไรล่ะที่สำคัญที่สุดที่แม่ควรทำในฐานะผู้ให้ชีวิต

ยิ่งชีวิตเป็นสิ่งที่ลิขิตไม่ได้  หน้าที่ของแม่คือ  ต้องเดินเคียงข้างลูกได้ในทุกสถานการณ์ในชีวิตข้างหน้าของลูก  ดังที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่า  “พ่อแม่คือพรหมของลูก”  พ่อแม่คือผู้พาลูกเรียนรู้ไปด้วยกัน การยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต  อย่างมีสติที่จะเรียนรู้  มีปัญญาที่จำกัดขอบเขตของความทุกข์ แล้วลุกขึ้นมาทำสิ่งที่จะทำให้ปัจจุบันขณะเป็นสุขที่สุด เป็นการสร้างพลังของจิต  ที่เกิดจากการจัดการอารมณ์ของตัวเองได้  ก่อนไปจัดการกับเรื่องข้างนอก และสิ่งนี้เองที่พุทธศาสนาเรียกว่า "ปัญญา" ไม่ใช่เพียงความคิดแต่เป็นการเห็นโลกอย่างที่โลกเป็น  เห็นลูกอย่างที่ลูกเป็น จึงเข้าใจทั้งที่มาและที่ไปของทุกสิ่งอย่าง  ไม่มีอคติของความชอบความชัง ทุกการตัดสินใจจึงเป็นไปอย่างสมควรแก่สถานการณ์เท่านั้นเอง

เจาะน้ำคร่ำดีไหม ? ไม่มีใครตอบแทนคุณได้  ดังนั้นก่อนตัดสินใจ  ลองทบทวนเหตุและผลของเรื่องนี้เฉพาะกรณีของคุณ และผลของการตัดสินใจนั้นไม่มีใครรู้ว่าจะใช่สิ่งที่ดีที่สุดหรือไม่  แต่ขอให้มั่นใจว่าหากคุณตัดสินใจบนพื้นฐานของสติและปัญญา  นั่นคือ “การลงทุนในเหตุ ปล่อยวางในผล”  ตัดสินใจอย่างไร  ก็ปล่อยวางเสีย อย่าให้เรื่องนี้กลายเป็นความเครียดนานจนทำลายเวลาสำคัญของคุณและลูก

 

ติดต่อ เสถียรธรรมสถาน

logo

เสถียรธรรมสถาน เลขที่ ๒๓ ถนนวัชรพล รามอินทรา ๕๕ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๓๐
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294

โทรสาร 02-519-4633

E-mail: sdsweb.webmaster@gmail.com

แผนที่สถานที่ตั้งเสถียรธรรมสถาน

เนื่องด้วยเสถียรธรรมสถานไม่สะดวกในเรื่องสถานที่จอดรถ ขอความกรุณาให้ท่านใช้รถประจำทางหรือรถสาธารณะในการเดินทาง ธรรมขอบพระคุณ

?>