EN / TH
ธรรมชาติบำบัด

‘ธรรมชาติบำบัด’ไม่ลองก็ไม่รู้

แล้วนี่คุณรออะไรอยู่!

 

          ชัญญา เศรษฐบุตร หรือ แม่ครูอู่ ทนทุกข์ทรมานกับอาการของโรคลมชักแบบเงียบมาตั้งแต่วัยยังไม่ถึงสิบขวบ คุณหมอที่ดูแลอาการป่วยของเธอบอกว่าในประเทศไทยมีคนป่วยเป็นโรคนี้เพียงแค่ 12 คน และเป็นโรคที่พร้อมจะเสียชีวิตได้ตลอดเวลา

          เธอมีชีวิตอยู่กับอาการที่ต้องหมดสติวันละหลายครั้ง ครั้นตื่นขึ้นมาก็จำไม่ได้ถึงสาเหตุของการหมดสติครั้งนั้นๆ มาตลอด ทั้งยังต้องกินยาต่างอาหารถึงวันละ 50 เม็ด จากหญิงสาวรูปร่างเล็ก แต่ด้วยฤทธิ์ของยาและอาการของโรคทำให้น้ำหนักของเธอพุ่งขึ้นถึงกว่า 90 กิโลกรัม ‘บวม’ คือคำที่เธอใช้ หาใช่ภาวะ ‘อ้วน’ เหมือนคนทั่วไป

          วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2550 คือวัน เดือน และปีที่เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองเพื่อรักษาอาการของโรคลมชัก ทว่าก่อนหน้านั้นไม่นาน เธอได้เดินทางมาที่เสถียรธรรมสถาน และได้ทราบจาก ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ว่าจะมีการอบรมคอร์ส ‘ธรรมชาติบำบัด’ โดยคุณหมอจากประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 6 – 13 เมษายน ด้วยความที่ถ้าผ่าแล้วประสบความสำเร็จ ก็ต้องใช้เวลาฟื้นความจำอีกเป็นเวลาสองปี หรือในกรณีที่ผ่าแล้วไม่หาย ก็ต้องผ่าใหม่ ในภาวะหลังชนฝา ไม่มีอะไรจะเสีย เธอจึงตัดสินใจสมัครเข้าอบรมเป็นเวลาแปดวันที่คุณหมอบอกหรือห้ามอะไร เธอจะปฏิบัติตัวตามนั้นอย่างเคร่งครัด

          เข้าไปสามวันแรกนี่แทบตาย โชว์อยู่คนเดียวเลย เป็นลมตึงๆๆ เพราะเขาไม่ให้ใช้ยาเลย ดิฉันก็หักดิบเลย คือจากที่กินยาวันละ 50 เม็ด ไม่เคยหยุดยาเลยตั้งแต่เก้าขวบก็หยุด เป็นไงเป็นกัน สามวันแรกเลยน็อกโชว์ เป็นลมตลอด ตื่นขึ้นมาทีไรก็โดนเอาน้ำราดหัว แต่พอหลังสามวันไปแล้วรู้สึกโล่งมาก คนไม่เคยกินยาเยอะๆ จะไม่รู้หรอกว่าการได้หยุดยาวันเดียวมันมหาศาลมากแค่ไหน”

          แล้วก็ไม่มีการผ่าตัดสมองเกิดขึ้นในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2550 หลังจากได้ประโยชน์ตนแล้ว แม่ครูอู่ก็ ‘ให้’ คืนเป็นประโยชน์ท่าน ด้วยการศึกษาแลกเปลี่ยน และเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ ‘ธรรมชาติบำบัด’ อย่างทุ่มเทและจริงจัง ทุกวันนี้นอกจากแม่ครูอู่จะดำรงบทบาทเป็นนักธรรมชาติบำบัดที่คอยดูแลให้ความรู้ทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติแก่ผู้เข้าอบรมในคอร์สธรรมชาติบำบัด ซึ่งจัดขึ้นเดือนเว้นเดือนที่เสถียรธรรมสถานแล้ว เธอก็ยังคงดูแลตัวเองด้วย ‘ธรรมชาติบำบัด’ อย่างเข้มข้นและเข้มแข็ง เพื่อความแข็งแรงของทั้งกายและใจอย่างยั่งยืน

          ‘ธรรมชาติบำบัด’ คือศาสตร์แห่งการใช้ชีวิต เป็นศิลปะแห่งการดูแล การดูแลตนเองและความเป็นอยู่ให้เกิดความสมดุล ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ โดยเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองว่า ร่างกายของเราเป็นหมอใหญ่ที่เก่งและดีที่สุด...

          ‘ธรรมชาติบำบัด’ คือการอยู่อย่างสะอาด ให้สอดคล้องกับธรรมชาติทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งตรงกับที่ ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต สอนว่า ‘จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว’ เราไม่สามารถมีสุขภาพที่ดีในร่างกายที่อ่อนแอได้ พูดง่ายๆ ก็คือเมื่อจิตใจแย่ สามารถทำให้ร่างกายแย่ตามไปด้วยได้ เพราะจิตใจสำคัญที่สุด...

          สิ่งสำคัญที่สุดของ ‘ธรรมชาติบำบัด’ คือการมีลมหายใจเป็นเครื่องมือที่สำคัญ จำไว้ว่าเราต้องมีลมหายใจแห่งสติเป็นเพื่อนตลอดเวลาแล้วเราจะรอด ต้องหายใจให้เป็น อย่าขี้เกียจหายใจ...การที่เรามาเข้าคอร์สธรรมชาติบำบัดนั่นก็คือการเรียนรู้ที่จะเข้าใจร่างกายของตัวเอง ดูแลเขาอย่างอ่อนโยน และไม่ทำร้ายร่างกาย โดยการนำพิษเข้ามาใส่ให้ร่างกาย เราจึงต้องทำความเข้าใจเรื่องของการกิน อยู่ หลับ นอน ว่าทำอย่างไรจึงจะเกิดความสมดุลและเหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคนและแต่ละโรคที่เราเป็นอยู่ด้วย ตลอดเวลาที่เราอยู่ร่วมกันสี่วันสามคืนนี้ เราจะเรียนรู้เรื่องการพอกโคลน แช่สะโพก อาบแดด ออกกำลังกาย การนอนและการกิน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องทำทั้งหมดนี้ด้วยลมหายใจแห่งสติ เราจึงจะเข้าถึงหัวใจของธรรมชาติบำบัดคือ ใจสะอาด...กายสะอาด…

          “ยิ่งนานดิฉันก็ยิ่งพบว่า ‘ธรรมชาติบำบัด’ ไม่มีอะไรยุ่งยาก อยู่ที่ความพยายาม การเฝ้าสังเกต การเข้าใจศาสตร์ของการใช้ชีวิต และไม่เอาพิษใส่ทั้งร่างกายและจิตใจ”

          ปัจจุบัน ผู้คนมากมายในสังคมเมืองหันมาสนใจสุขภาพของตัวเอง ด้วยการใส่ใจการบริโภคมากขึ้น การออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ ครั้นเลี่ยงที่จะเกิดอาการป่วยไข้ไม่ได้ ก็หันมาให้ความสนใจในการใช้ธรรมชาติดูแลตัวเองก่อนที่จะปรึกษาแพทย์ก็มีอยู่ไม่น้อย คอร์สการอบรม ‘ธรรมชาติบำบัด’ ที่มีคุณภาพจึงเกิดขึ้นมากมาย

          จากประโยชน์ตน...สู่ประโยชน์ท่าน ก้าวเข้าสู่ ปี 2559 คอร์ส ‘ธรรมชาติบำบัด’ ของเสถียรธรรมสถาน จัดอบรมมาแล้ว 45 ครั้ง หากมีคำถามว่า ทำไมต้องมา ‘ธรรมชาติบำบัด’ ที่เสถียรธรรมสถาน ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ได้เคยให้คำตอบกับคำถามนี้ไว้ว่า

          ‘ธรรมชาติบำบัด’ ตามแนวทางของเสถียรธรรมสถานนั้นไม่สามารถแยกธรรมะกับธรรมชาติออกจากกันได้เลย ธรรมะคือการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป โรคภัยไข้เจ็บก็เหมือนกัน เมื่อเกิดขึ้น ถ้าเราดูแลดีๆ เขาก็หายไปได้ ดับไปได้...

          และเพราะเสถียรธรรมสถานเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่จะฝึกฝนในเรื่องของ ‘ภายใน’ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งสอนให้คนเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติอย่างสมดุล หรือความเงียบที่เป็นเสมือนวิธีการสื่อสารที่จะดึงให้คนกลับเข้ามาดูจิตใจของตัวเอง...

          ธรรมชาติบำบัดคือการกลับไปเคารพธรรมชาติในตัวเรา มีสำนึกที่จะปฏิบัติต่อชีวิตของเราอย่างไม่เบียดเบียน เมื่อมนุษย์ทุกคนเคารพธรรมชาติในตัวเองได้ มนุษย์ก็จะเคารพโลกได้...

          งานธรรมชาติบำบัดไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เมื่อพึ่งตัวเองได้แล้ว เราต้องกลับไปให้โลกพึ่ง ชีวิตที่โก้ที่สุดคือชีวิตที่ไม่เบียดเบียน ถ้าเรากินอาหารไม่ดี นั่นคือเรากำลังเบียดเบียนตัวเอง...

          โลก...คือกายและใจของเรา หากเรามองโลกอย่างที่โลกเป็นอย่างอ่อนโยนอยู่ด้วยกุศล เราจะเห็นว่า ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร ใจของเราจะไม่ทุกข์ และถ้าเราอยู่กับโลกอย่างเหนือโลก เราจะพบกับอิสระอย่างแท้จริง...

          “โรค...ก็คือกายและใจของเรา หากเรามองโรคอย่างที่โรคเป็นอย่างอ่อนโยนอยู่ด้วยกุศล ร่างกายที่เจ็บป่วยจะไม่ใช่ปัญหาของเรา และจิตของเราก็จะเป็นอิสระ แต่วิธีการนี้ต้องควบคู่ไปกับการดูแลร่างกายของเราด้วย และ ‘ธรรมชาติบำบัด’ ก็เป็นหนึ่งในทางเลือก”

          ‘ธรรมชาติบำบัด’ ไม่ลองก็ไม่รู้ แล้วนี่คุณรออะไรอยู่!

 

จินรัตน์ เทียมอริยะ

อาสาสมัครงาน ‘ตาราอวอร์ด’

          เชื่อมั่นในการดูแลสุขภาพร่างกายด้วยวิถีธรรมชาติบำบัด รู้สึกมีกำลังใจว่าเรามีทางเลือกและเป็นอิสระจากการใช้ยา เพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบใช้ยาหรือทานอาหารเสริม คอร์สธรรมชาติบำบัดให้ความรู้ในเรื่องการกินอาหารให้เป็นยาเพื่อไม่ต้องกินยาเป็นอาหาร แม่อู่สอนได้ละเอียดลึกซึ้งถึงสภาวะอารมณ์ ความรู้สึกในจิตใจ เมื่อรวมกับการปฏิบัติภาวนาที่คุณแม่เมตตาสั่งสอน หากนำไปใช้จริงจัง จะมีผลมาก จิตใจดี ร่างกายดี กุศลดี จริงที่ว่าธรรมชาติบำบัดรักษาได้ทุกโรคแต่ไม่ทุกคน...

          “สำหรับบางคนแม้ไม่มีโรค ไม่ป่วย การเข้าคอร์สก็เหมือนกับเราได้ทำความสะอาดบ้าน ทุกห้อง ทุกซอกมุม ถ้าสามารถปฏิบัติต่อเนื่องบ้านก็สะอาดเสมอ แต่ถ้าจบคอร์สแล้วไปตามใจปากตามความอยาก ก็เหมือนกลับไปคลุกโคลนเปื้อนเลอะเทอะทั้งตัวแล้วเดินย่ำทั่วบ้าน นั่งโซฟา ขึ้นไปกลิ้งบนที่นอน บ้านก็สกปรกอีก”

 

สนใจเข้าร่วม “ธรรมชาติบำบัด ’ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกสัปดาห์สุดท้ายของเดือน โดยจัดเดือนเว้นเดือน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครล่วงหน้าได้ที่เสถียรธรรมสถาน

โทร. 02-519-1119, 091-831-2294