บวชพุทธสาวิกาศีล 10

เด็กคือเมล็ดพันธุ์ที่รอการบ่มเพาะ

พุทธสาวิกาน้อยคือการลงทุนที่ไม่มีการขาดทุน

                วันที่ 8 ธันวาคม 2552 ขณะที่ ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต อยู่ระหว่างการสวดพระไตรปิฎกนานาชาติ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย บริเวณที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ ก็ได้มีเสียงการตัดสินใจของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ส่งผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขออนุญาตว่าเธอปรารถนาที่จะบวช...
               และเป็นการบวชปลงผม!
                ด้วยวัยเพียงห้าขวบเท่านั้น!
                เหตุผลคือเพื่อจูงศพของคุณทวดขึ้นเมรุ

                ในครั้งนั้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทว่าเด็กหญิงวัยห้าขวบได้ยืนยันอย่างมั่นคงว่า จะเป็นการบวชแบบปลงผม ซึ่งคำยืนยันนี้ เธอให้เหตุผลว่าสิ่งที่รักตายจาก แต่ความสุขที่ได้รักยังอยู่ แล้วเมื่อสืบไปว่าเหตุใดเธอยังคงมีความมั่นคงอยู่ จึงปฏิเสธเหตุปัจจัยตั้งแต่เริ่มต้นของการได้ชีวิตของเธอไม่ได้ คือเธออยู่ในโครงการจิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์ ที่แม่ตั้งใจพาเธอมาฟังธรรมตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และธรรมะที่เธอได้ยินอยู่เนืองนิตย์ ก็เป็นวิถีชีวิตของผู้คนที่เสถียรธรรมสถาน คือการรู้ว่าเพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี สิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จะมีได้อย่างไร กระแสธรรมชาตินี้ เราเรียกว่า ‘ปฏิจจสมุปบาท’

                เมื่อเธอเกิด ในวันที่มีอายุครบหนึ่งเดือน เธอถูกพามาขริบผมครั้งแรก เหมือนเป็นการยืนยันว่า ความรักที่พ่อแม่มีให้ลูกคนหนึ่ง...เป็นสิ่งที่จะใส่เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาลงไปในหัวใจของเด็กได้ ถ้าพ่อแม่ทุ่มเทให้กับลูกในวัยที่แม้เราจะมีเงินอย่างไรก็ไม่สามารถซื้อเวลาในช่วงนี้กลับมาได้

                การทุ่มเทที่ดีคือการมีพ่อแม่ที่เป็นพระอรหันต์ในบ้าน การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาในหัวใจเด็กนั้น...ยิ่งเด็กมากเท่าไร...ก็ง่ายมากเท่านั้น!

                แล้ว ‘เด็กหญิงพอฟ้า พรรณเชษฐ์’ ก็กลายเป็น ‘พุทธสาวิกาน้อยพอฟ้า’

                คงไม่มีใครนึกถึงว่า จากการกระทำของเด็กหนึ่งคน แล้วมีผู้คนมาเห็นเธอในวันที่เธอรับบาตรวันปีใหม่ แล้วไปโพสต์ลงในยูทูปนั้นทำให้มีคนกล่าวคำว่า “สาธุ” ดังขึ้นมากกว่า 300,000 เสียงในเวลา 24 ชั่วโมง

                พุทธสาวิกาน้อยพอฟ้าบวชระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2552 – วันที่ 1 มกราคม 2553 ภาพที่เผยแพร่ออกไปในครั้งนั้นได้ต่อยอด...กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กผู้หญิงอีกกลุ่มหนึ่งมีศรัทธาที่จะเข้ามาบวชในสามเดือนต่อมา โครงการบวชพุทธสาวิกาภาคฤดูร้อน ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องการนำธรรมะกลับมาสู่ใจคนก็เกิดขึ้น ด้วยท่านแม่ชีศันสนีย์ตระหนักว่า

                “เด็กคือเมล็ดพันธุ์ที่รอการบ่มเพาะ พุทธสาวิกาน้อยคือการลงทุนที่ไม่มีการขาดทุน”
                และในวันจักรี 6 เมษายน 2553 การเข้ามาเรียนรู้ของเด็กหญิงกลุ่มหนึ่งก็เริ่มขึ้นที่เสถียรธรรมสถาน
                จากเด็กหญิงหนึ่งคนที่เผชิญกับความสูญเสีย เธอได้เรียนรู้กับสัจจะของชีวิตว่า แม้จะเกิดความจากพราก แต่ความสุขที่ได้รักยังมี กลายเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่!

...

                วันหนึ่งในปี 2555 ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ได้รับโทรศัพท์ทางไกลจาก ท่านเจ้าคุณพระเทพโพธิวิเทศ สมณศักดิ์เดิมในขณะนั้นคือ พระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ท่านอาจารย์มีความประสงค์ที่จะสนับสนุนการทำงานของสาวิกาสิกขาลัยให้เป็นอริยสาวิกา และเชิญชวนให้สตรีที่มีความตั้งใจที่จะบวชพุทธสาวิกาในภาคฤดูร้อนปีนั้นไปบวชที่พุทธคยา โดยท่านอาจารย์จะเมตตาเป็นประธานในการบวชให้ เมื่อได้รับฟังคำของครูบาอาจารย์ที่ประสงค์จะสนับสนุนหนทางที่จะทำให้เกิดความเป็นอริยะ ท่านแม่ชีศันสนีย์จึงนับเป็นบุญนักที่ได้อยู่ในบวรพุทธศาสนาที่มีหมู่สงฆ์เป็นเหมือนกัลยาณมิตร เป็นคล้ายพี่ที่คอยชี้ช่องทางที่ถูกต้อง

                วันนั้น...คือที่มาของโอกาสของผู้หญิง!
                และจากการบอกเล่าปากต่อปาก บรรดาเด็กและสตรีที่มีความประสงค์จะบวชพุทธสาวิกาก็แจ้งความจำนงเข้ามา
                จากหนึ่ง...เป็นสอง...เป็นสาม...เป็นสี่...เป็นสิบ...เป็นสิบๆ...จนเกินเรือนร้อย
                แล้วการบวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดินครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างวันที่ 2 - 12 เมษายน 2555 ณ แดนพุทธภูมิ และระหว่างวันที่ 13 - 22 เมษายน 2555 ณ แดนสุวรรณภูมิ (เสถียรธรรมสถาน) จึงเกิดขึ้นตามลำดับ!
                นี้จึงเป็นการบวชครั้งที่ 3 ซึ่งเสถียรธรรมสถานได้นำคณะว่าที่พุทธสาวิกาไปบวชที่เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย เพื่อเป็นการฉลองพุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณสยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา เนื่องในโอกาสก้าวย่างแห่งปัญญาสู่ปีที่ 25 ของเสถียรธรรมสถาน ห้าปีสาวิกาสิกขาลัย มหาวิชชาลัยธรรมะที่เยียวยาสังคมเพื่อส่งเสริมการบรรลุธรรม และนับเป็นการทำงานระหว่างพระธรรมทูตของประเทศอินเดียกับเสถียรธรรมสถาน และสาวิกาสิกขาลัย

                ทั้งนี้ ท่านเจ้าคุณพระเทพโพธิวิเทศ ‘ได้ให้โอกาส’ โดยเมตตาเป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นที่ปรึกษาของโครงการบวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดิน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้เด็กผู้หญิงได้เดินบนเส้นทางของอริยชน ให้โอกาสได้บวช ได้กตัญญูต่อผู้ให้ชีวิต ต่อผู้มีพระคุณ และกตัญญูต่อตนเอง ให้โอกาสได้เรียนรู้ธรรมะ ได้สร้างกุศลร่วมกัน จนเกิดการแตกหน่อต่อยอดเรือนเพาะชำพระรัตนตรัยสืบต่อศาสนา

                ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต กล่าวว่า

                “การบวช...คือการขัดเกลาจิตใจ เป็นการค้นคว้าด้านในที่จะพบกับความมหัศจรรย์ของสิ่งที่เรียกว่า ‘ชีวิต’ เพื่อบ่มเพาะเด็กผู้หญิงให้เป็นกุลสตรีที่เป็นอริยชน ซึ่งคือนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาขัดเกลาจิตใจ และนำไปปฏิบัติจนเห็นผล เป็นอิสระจากความทุกข์ได้จริง เราสามารถเข้าถึงความจริงได้ในทุกวัย และมีหลากหลายวิธีการ และหนึ่งในนั้นคือการดำริที่จะทิ้งในความหมายสองนัยยะ ทางโลกคือการทิ้งเพื่อออกจากความคับแคบของบ้านเรือน ทางธรรมคือการทิ้งตัวตน ซึ่งน่าจะเป็นการเขย่งก้าวกระโดดที่สำคัญของเด็กๆ และผู้หญิงในอีกวิธีการหนึ่ง การค้นหาตัวตนที่แท้จริงของการได้เกิดครั้งนี้จึงสำคัญนัก และโอกาสในการเกิดที่ไม่เกิดอีกแห่งทุกข์นี้...ไม่พึงที่จะมองข้าม ดังคำตรัสของพระบรมศาสดาที่ว่า ‘ธิดาของเราเป็นผู้มีปัญญามาก ฉลาดในทางและมิใช่ทาง’”

                จากนั้นในทุกปีต่อมา เด็กหญิงที่สนใจศึกษาพระธรรมก็มี ‘เสถียรธรรมสถาน’ เป็นบ้านหลังที่ 2 ซึ่งมีหลักในการทำงานเชิงรุกกับเด็กๆ ว่า “เราจะนำธรรมะกลับสู่หัวใจของเด็ก ยิ่งเล็กมากเท่าไร ยิ่งง่ายมากเท่านั้น” รวมทั้ง ‘เสถียรธรรมสถาน’ เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยโดยธรรมของสังฆะผู้หญิง เข้าใจธรรมชาติผู้หญิง จึงเหมาะแก่การบวชเด็กผู้หญิง งานของเสถียรธรรมสถานจึงคือการมุ่งมั่นทุ่มเทในการสร้างเด็กผู้หญิงให้เป็นกุลสตรีที่เป็นอริยชน

                ปัจจุบัน พ.ศ. 2559 กับการก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 แห่งการทำงานของเสถียรธรรมสถาน โครงการการบวชพุทธสาวิกาดำเนินมาถึง ‘การบวชพุทธสาวิกาสี่แผ่นดิน” ซึ่งได้ขยายเส้นทางการจาริกไปยังดินแดนพม่าด้วย โดยนับเป็นการบวชพุทธสาวิกาครั้งที่ 7

พุทธสาวิกาอารยา ศรีจำเริญ อายุ 11 ปี บวชเมื่อ ปี 2555

                “บวชแล้วมีสติมากขึ้น อยากเป็นธรรมทูต เพราะเมื่อบวชแล้วได้เรียนรู้พระพุทธศาสนา เห็นว่าน่าจะเชื่อมโยงทุกประเทศบนโลกนี้ให้อยู่ร่วมกันได้แม้จะไม่ใช่ศาสนาเดียวกัน เพราะศาสนาสอนเรื่องการพ้นทุกข์และมีสันติ”

Asmita Luwagun ชาวเนปาล อายุ 17 ปี บวชเมื่อปี 2555

                “ตั้งใจจะบวชให้พ่อกับแม่ แต่ไม่คิดว่าจะบวชได้นานขนาดนี้ บางครั้งก็คิดถึงบ้านอยากกลับบ้าน แต่ที่ยังบวชอยู่เพราะเชื่อว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าจะช่วยให้พ้นทุกข์ได้ รวมทั้งช่วยให้รู้จักพระศาสนาตามความจริง ไม่ใช่ตามความเชื่อตามคำพูดที่พูดต่อๆ กันมา ธรรมะทำให้เราเติบโตขึ้น อยากศึกษาธรรมะให้ถ่องแท้ เพื่อกลับไปช่วยเหลือผู้หญิงที่เนปาล เพราะผู้หญิงที่เนปาลลำบาก ไม่รู้จักคำสอนที่ถ่องแท้ของพระพุทธเจ้า”

สนใจบวชพุทธสาวิกาศีล 10 สมัครด้วยตนเองที่เสถียรธรรมสถาน กรุณาโทรนัดหมายวันเวลาล่วงหน้าที่
โทรศัพท์ 02-519-1119, 02-510-6697, 091-831-2294